:: SUBSCRIBE TO OUR E-NEWS :: 
 :: CONTACT US :: 
 หน้าหลัก 
 แวดวงก่อสร้าง 
ข่าวสาร
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
ข่าวก่อสร้าง
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
บทความพิเศษ
สัมภาษณ์พิเศษ
 อาคาร 
สถาปัตยกรรม
อาคารเขียว
บริหารจัดการอาคาร
 ดีไซน์ 
ออกแบบตกแต่ง
เรื่องชาวบ้านกับ ศ.ดร.บัณฑิต
ดาวน์โหลดแบบบ้าน
ดีไซน์เนอ์ ฮับ
 สินค้าและบริการ 
สินค้าแนะนำ
นวัตกรรม
ดีไซน์เนอร์ฮับ
โปรโมชั่น
 ค้นหาข้อมูล 
KNOW WHO
สมาคม-องค์กร
กฎหมายก่อสร้าง
ผังเมือง กทม.ใหม่
 สังคม 
สังคมก่อสร้าง และอสังหา
บอร์ดถามตอบ
 รายการโทรทัศน์ 
@dESIGNChannel
 งาน 
หาคน-หางาน
 

โดย Builder News วันที่ 13 พฤษภาคม 2556


กำแพงคอนกรีตกันรถ  (Concrete Barrier)
โดย คุณวิสิฐ อัจฉยานนท์กิจ


เครื่องกั้นบนทางหลวงเป็นอุปกรณ์จราจรสงเคราะห์ที่มีไว้เพื่ออำนวยความปลอดภัยต่อยวดยานและคนใช้ทางเท้า เพื่อป้องกันมิให้ยวดยานที่เสียการควบคุมวิ่งเข้าชนสิ่งกีดขวาง หรือวิ่งเข้าไปในพื้นที่อันตราย  

อย่างการวิ่งออกนอกคันทาง ลงข้างทาง หรือเข้าไปในช่องจราจรของรถที่วิ่งสวนทางมา วิ่งเข้าชนตอม่อสะพานคนเดินข้าม เสาไฟฟ้า เป็นต้น  เครื่องกั้น  ที่นิยมใช้กันแพร่หลาย  ได้แก่  ราวเหล็กกันอันตราย (Guard Rail), ลวดสลิงกันอันตราย (Guard Cable),  กำแพงตาข่ายรูปแบบต่างๆ  กำแพงคอนกรีตกันรถ (Concrete Barrier), ขอบทาง (Curb),  ต้นไม้หรือไม้พุ่มที่ปลูกไว้หนาทึบ, กรวยต่างๆ  ฯลฯ 

กำแพงคอนกรีตกันรถที่เห็นติดตั้งอยู่บนทางหลวงดูเหมือนกำแพงธรรมดา  แต่หลักเกณฑ์การออกแบบ คุณสมบัติ และประโยชน์ในการใช้งาน (Function) ของอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยนี้  ออกจะยุ่งยากซับซ้อนอยู่บ้าง  กำแพงกันรถนี้ออกแบบมาเพื่อใช้เบี่ยงเบนรถที่เสียการควบคุมวิ่งออกนอกทิศทางแล้วพุ่งเข้าชนกำแพง ให้เบนกลับออกมา (Redirect) วิ่งอยู่   ในช่องจราจรเดิม หรือเพื่อป้องกันมิให้รถวิ่งโดดข้ามขอบทางแบบเดิมที่สูงประมาณ  15-20 ซม.  และเข้าไปในช่องจราจรของรถที่วิ่งสวนทางมา หรือตกออกนอกคันทาง เป็นต้น

ปัจจัยที่ต้องพิจารณาเพื่ออำนวยความปลอดภัยต่อรถยนต์ที่เสียการควบคุม  ได้แก่  สิ่งแวดล้อมข้างทางหลวง ความกว้างของเกาะกลาง  สิ่งอำนวยความปลอดภัยบนทางหลวง  เป็นต้น

สิ่งแวดล้อมข้างทางหลวง  ได้แก่
1.  ที่ว่างสองข้างทางหลวงภายในเขตทาง ต้องปราศจากสิ่งกีดขวางถาวร  เช่น ต้นไม้ เสาไฟฟ้า ตอม่อ  และต้องกว้าง ขวางพอสำหรับรถที่เสียการควบคุมจะปรับตัวกลับเข้าในช่องจราจรเดิมหรือหยุดรถได้ทัน  ความกว้างนี้ขึ้นกับขนาดเขตทาง ความเร็วที่ใช้กำหนดเป็นมาตรฐานในการออกแบบ  และมาตรฐานต่างๆ ของทางหลวง  สำหรับทางด่วนความกว้างของพื้นที่ว่างนี้ต้องไม่น้อยกว่า  9.00 ม.  ห่างจากขอบผิวทางถึงเขตทาง  จากการวิจัยพบว่าจะช่วยรถที่เสียการควบคุมกว่าร้อยละ 80  ให้รอดพ้นจากอุบัติเหตุรุนแรงได้  ถ้าจำเป็นต้องคงสิ่งกีดขวางไว้ภายในพื้นที่ระยะ 9.00 ม. นี้  ก็ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไว้เพื่อป้องกันมิให้รถวิ่งเข้าไปชน

2.  พื้นที่ว่างดังกล่าวข้างต้นต้องปรับให้มีความราบเรียบ หรือมีความลาดน้อย  โดยความลาดเอียงตามขวางกับแนวทางหลวงต้องไม่เกิน 1 : 6  รางระบายน้ำที่อยู่ข้างทางต้องราบและตื้น มุมต่างๆ ของโครงสร้างต้องมนกลมไม่เป็นเหลี่ยม เพื่อมิให้รถวิ่งที่วิ่งเข้าชนเกิดอันตรายร้ายแรง

ความกว้างเกาะกลาง  มีไว้เพื่อแยกทิศทางรถที่วิ่งสวนทางกันออกจากกัน  ป้องกันแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องเข้าตาคนขับรถที่วิ่งสวนทางมา  หากเกาะกลางกว้างมากๆ ก็จะมีพื้นที่พอให้รถที่จะเลี้ยวหรือกลับรถหลบจอดรอได้ตรง  Median opening  ทางหลวงที่มีเกาะกลางที่กว้างน้อยกว่า 9.00 ม.  และมีปริมาณจราจรสูงมากกว่า 20,000 คันต่อวัน (ADT)  ควรมีกำแพงกันรถเพื่อให้มีความปลอดภัยสูงสุด 

สิ่งอำนวยความปลอดภัย  ในพื้นที่ว่างสองข้างทางหลวง  หากมีสิ่งกีดขวางที่ไม่อาจรื้อถอน หรือย้ายออกไปได้ ต้องติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยป้องกันมิให้รถเข้าไปชน  เช่น ราวเหล็กกันอันตราย หรือกำแพงคอนกรีตกันรถ (Concrete Barrier)

Concrete Barrier  แบ่งเป็น 2 ประเภทตามลักษณะการใช้งาน คือ แบบให้รถครูดไปตามความยาวของกำแพง และแบบรถชนปะทะ โดยแบบครูดไปตามความยาวที่จะเบี่ยงเบนรถที่เสียการควบคุมวิ่งเข้ามาชนนั้น ให้เบนกลับเข้าช่องจราจรเดิม ส่วนแบบปะทะชนจะช่วยลดแรงกระแทกของรถที่วิ่งเข้าชนด้วยมุมที่ป้านมากๆ หรือเกือบตั้งฉาก โดยลดกระแทกลง  ทำให้อันตรายไม่ร้ายแรงมาก

รูปแบบกำแพงคอนกรีตในปัจจุบันมีหลายแบบ ตามการวิจัยทดลองของหน่วยงานทางของรัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา จึงมีแบบมาตรฐานกำแพงคอนกรีตกันรถของตนเอง โดยต้นฉบับดั้งเดิมเป็นของรัฐนิวเจอซี่  เรียกว่า  New Jersey Concrete Safety Shape Barrier ตามมาด้วยมาตรฐานของรัฐแคลิฟอร์เนีย  และอื่นๆ ส่วนมากจะมีรูปแบบใกล้เคียงกันมาก กำแพงนี้จะเบี่ยงเบนรถที่แฉลบเข้ามาชนให้เบนออกไป โดยตัวถังรถไม่ฉีกขาดเสียหาย  เพราะล้อหน้ารถยนต์จะวิ่งขึ้นไปตามส่วนลาดของกำแพงจนล้อลอยสูงขึ้น แรงเสียดทานของล้อกับผิวทางจะน้อย  รถจะถูกเบนกลับเข้าช่องจราจรเดิมด้วยความลาดของกำแพง  

กรณีที่รถวิ่งเข้าชนด้วยมุมที่ป้านมากๆ (ปะทะชน)  กำแพงนี้จะมีปฏิกิริยาสองต่อคือ กันชนหน้ารถจะปะทะกับส่วนลาดของกำแพงตอนบนและไถลขึ้นไปทำให้ตัวรถลอยสูงขึ้น  ขณะเดียวกันล้อหน้ารถจะวิ่งขึ้นส่วนลาดด้านล่างของกำแพงเกิดแรงอัดดันโชคอัพหน้าให้รถลอยตัวขึ้นอีก ทำให้ช่วยลดแรงกระแทกลงได้มาก  กรณีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่กันชนเป็นพวกไฟเบอร์ไม่แข็งแรงหรือระยะกันชนถึงล้อหน้าสั้น กันชนหน้าจะยุบตัวเมื่อกระแทกกำแพงก่อนรถจะยกตัวลอยขึ้น แต่รถก็จะอยู่ในแนวที่ค่อนข้างขนานกับแนวกำแพง และล้อรถอยู่บนส่วนลาดของกำแพงส่วนล่าง  

แรงอัดล้อต่อโชคอัพรถและแรงเบียดขอบแก้มยางจะช่วยดันให้ตัวรถยกลอยสูงขึ้นเช่นกัน  จะเห็นได้ว่าส่วนลาดของกำแพงเป็นตัวที่มีหน้าที่สำคัญทำให้รถลอยตัวขึ้นและลดแรงปะทะ ล้อรถจะวิ่งครูดไปบนผิวหน้าของลาดของกำแพง  ดังนั้นผิวหน้าของลาดของกำแพงจึงต้องเรียบ  ปราศจากปุ่มปมของเศษคอนกรีตหรือเป็นแอ่งเพื่อรถจะได้ไม่สะดุด ข้อกำหนด (Specification) สำหรับงานก่อสร้างกำแพงคอนกรีตกันรถ ของกรมการขนส่งรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา (State of California, Department of Transportation) ที่เกี่ยวเฉพาะด้านรูปร่าง  มีดังต่อไปนี้

1.  ต้องมีขนาด รูปร่าง  และมิติตามที่กำหนดในแบบ  ผิวคอนกรีตภายหลังการถอดแบบต้องเรียบ  ไม่มีปุ่มปม หรือรอยแอ่งยุบลงผิดไปจากแบบ
2.  เมื่อใช้บรรทัดตรงขนาดยาว  3.00 ม.  วางทาบบนสันบนของกำแพงต้องมีระดับเรียบ  โดยมีส่วนคลาดเคลื่อน ระยะห่างจากบรรทัดได้ไม่เกิน 6 มม.  ผิวด้านอื่นๆ เมื่อทาบด้วยบรรทัดแล้วให้มีส่วนคลาดเคลื่อนห่างจากบรรทัดได้ไม่เกิน 12 มม.
3.  เมื่อก่อสร้างกำแพงบนสะพาน ระดับความสูงของกำแพงต้องคำนึงถึง Camber ส่วนเผื่อเพื่อการแอ่นตัวของกำแพง ที่จะเกิดขึ้นเมื่อมียวดยานวิ่งบนสะพานด้วย

จะเห็นได้ว่าการลดความรุนแรงของการชนนั้น  เกิดจากการยกตัวรถให้ลอยสูงขึ้นเพื่อลดความเสียดทานระหว่างยางรถกับผิวจราจร แต่ถ้ารถถูกยกสูงมากขึ้นไปในอากาศ  รถอาจจะส่ายไปมา หกคะเมนหรือพลิกกลับได้ ฉะนั้นมิติของช่วงที่เป็นลาดของกำแพงจึงต้องออกแบบให้เหมาะสม กำแพงคอนกรีตนี้ต้องติดตั้งให้ชิดขอบผิวทาง เพื่อล้อรถจะได้ไม่ ตะลุยลงไปในวัสดุไหล่ทางที่อ่อนตัวกว่าก่อนจะถึงกำแพง

กำแพงคอนกรีตนี้เดิมออกแบบให้ตามมุมหักต่างๆ กลมมนด้วยรัศมี 25 ซม.  เพื่อให้สะดวกต่อการใช้แบบหล่อแบบต่อเนื่อง (Slip form)  แต่ปัจจุบันเครื่องเทคอนกรีตกับแบบชนิดต่อเนื่องได้ถูกพัฒนาจนสามารถใช้กับแบบที่มีเหลี่ยมมุมได้ จึงไม่ต้องมนตรงจุดหักมุมอีกแล้ว  ระยะขอบที่ฐานของกำแพงที่สูง 7.5 ซม. นั้น  มีไว้เพื่อให้เป็นแนวสำหรับการปูผิวทางได้สะดวกและดูเรียบร้อยสวยงาม ไม่มีผลกระทบต่อการใช้งานของกำแพง ช่องเปิดสำหรับทางระบายน้ำในตัวกำแพงนั้นอย่าให้สูงเกินระยะฐาน  7.5 ซม.  เพราะช่องนี้หากอยู่บนส่วนลาดของกำแพง  กันชนหน้ารถหรือล้อรถอาจวิ่งเข้าไปสะดุด ทำให้รถเสียการทรงตัว  หรือเกี่ยวตัวถังรถฉีกขาดได้

สัดส่วนของกำแพงที่ต้องระวังมากในการออกแบบคือ  ช่วงที่เป็นส่วนลาดของกำแพง ระยะจากพื้นฐานของกำแพง ถึงจุดหักของลาดของกำแพง (A) ดังได้กล่าวในตอนต้น   เพราะเป็นตัวที่จะควบคุมแรงอัดที่กำแพงกระทำต่อโชคอัพหน้า ของรถ เพื่อยกตัวรถให้ลอยสูงขึ้น ระยะยิ่งยาวแรงอัดยิ่งมากรถก็ยิ่งลอยสูงขึ้นมาก ได้มีการทดลองเพื่อหาค่าของระยะส่วนนี้ โดยใช้กำแพงที่มีค่าความสูงของส่วนลาดของกำแพงต่างๆ กัน  จาก A ถึง F   

ผลจากการทดลองแสดงว่ากำแพงที่มีมิติตามแบบ F ใช้งานได้ปลอดภัยกว่า แต่ที่ยังไม่เป็นที่นิยมนำไปก่อสร้าง  เพราะผู้รับเหมาส่วนมากมีแบบหล่อแบบเดิมอยู่ ไม่คุ้มที่จะเปลี่ยนใหม่  อีกประการหนึ่งคือแบบเดิมเมื่อมีการบูรณะด้วยการปูเสริมผิวทางเข้าไป  ก็จะใช้งานได้เหมือนแบบ F เพียงแต่ความสูงของกำแพงลดลงไปตามความหนาผิวทางที่เสริมเข้าไป  ซึ่งไม่เป็นปัญหากับรถยนต์ขนาดเล็ก  แต่กับรถ บรรทุกขนาดใหญ่จะมีประสิทธิภาพลดลงบ้างในกรณีที่วิ่งชนแรงมาก รถอาจยกลอยสูงขึ้นจนไปคร่อมอยู่บนสันของกำแพง

เพื่อป้องกันกรณีที่รถบรรทุกขนาดใหญ่อาจวิ่งชนแล้วขึ้นคร่อมบนสันของกำแพง  และวิ่งครูดต่อไปอีก  ตัวกำแพง จึงควรสูงไม่น้อยกว่า 81.5 ซม. (32 นิ้ว)   สำหรับรถบรรทุกลากพ่วง 18 ล้อ  กำแพงควรสูงไม่น้อยกว่า 107 ซม. (42 นิ้ว) และบนตัวกำแพงไม่ควรมีสิ่งใดๆ  อาทิ ป้าย  เครื่องหมายจราจร หรือหมุดเครื่องหมายสะท้อนแสงต่างๆ  กรณีที่ก่อสร้างกำแพงบรรจบกับราวสะพาน ระดับสันบนของกำแพงกับของราวสะพานต้องราบเรียบเสมอกัน  เพื่อป้องกันมิให้เกิดการสะดุดเมื่อ  รถวิ่งปีนขึ้นครูดตามสันบนกำแพง

รูปแบบกำแพงคอนกรีตกันรถใหญ่ 
รถบรรทุกลากพ่วง มีฐานของตัวรถสูงจากพื้นถนน 135 ซม. ( 52 นิ้ว ) เป็นส่วนของตัวรถที่มีความแข็งแรงมาก ดังนั้นกำแพงคอนกรีตที่สูงกว่า 135 ซม.  ต้องเสริมเหล็กบริเวณตอนส่วนบนของกำแพงด้วย  เพื่อป้องกันไม่ให้คอนกรีตที่แตกออกจากการถูกชนกระเด็นไปถูกรถคันอื่นๆ  (เหล็กเสริมใช้เพื่อให้เกิดแรงยึดเกาะ Bonding Stress ยึดคอนกรีตที่แตกไม่เห็นหลุดกระเด็นไป) กรณีที่กำแพงต้องรับแรงกระแทกสูงมากๆ  อาจเนื่องจากมุมหรือความโค้งของถนน  ความหนาของสันบนกำแพงอาจขยายให้กว้างขึ้นเป็น 30 ซม. โดยไม่ต้องเสริมเหล็กเพิ่ม

จากการทดลองของหน่วยงานวิจัยทางหลวงของ Ontario ใช้กำแพงคอนกรีตสูง 107 ซม. สันบนหนา 30 ซม. ให้รถ บรรทุกลากพ่วงพุ่งชนด้วยแรง 36,000 กก.  และทำมุม 15 องศา ที่ความเร็วรถ 85 กม./ชม.  กำแพงมีร่องรอยเสียหายเพียงการแตกร้าวลึกตลอดความหนาของตัวกำแพง  ฐานกำแพง 7.5 ซม. ที่ถูกยึดไว้ด้วยเพียงผิวทางแอสฟัลท์หนาเท่ากันทั้งสองด้านไม่มีอาการขยับเขยื้อนเลย  รัฐต่างๆ หลายรัฐเคยทดลองด้วยกำแพงที่มีสันบนหนา 15-20 ซม. (6-8 นิ้ว) ความเสียหายที่เกิดจากการชนด้วยรถบรรทุกลากพ่วง  มีเพียงรอยแตกบิ่นของคอนกรีตตรงรอยต่อก่อสร้าง (Construction joint) เท่านั้น

รูปแบบกำแพงคอนกรีตแบบส่วนลาดของกำแพงคงที่
กำแพงคอนกรีตทั้งสองแบบดังกล่าวข้างต้น  มีข้อจำกัดเมื่อต้องทำการบูรณะเสริมผิวทาง  มิติต่างๆ ของกำแพง จะเปลี่ยนไปจากมาตรฐาน  ทำให้การใช้งานไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์  มีประสิทธิภาพลดลง  เพื่อแก้ข้อจำกัดนี้ รัฐแท็กซัสได้ออกแบบกำแพงคอนกรีตที่มีส่วนลาดของกำแพงคงที่ โดยมีความสูง 107 ซม.  ส่วนลาดของกำแพงทำมุม 10.8 องศากับแนวดิ่ง รัฐแคลิฟอร์เนียใช้แบบเดียวกัน  แต่ปรับมุมให้เป็น  9.1  องศา  ผลจากการทดลองให้รถวิ่งชนกำแพง ปรากฏว่าแบบของรัฐเท็กซัสใช้งานได้ดีพอๆ กับแบบของรัฐนิวเจอร์ซี่  ขณะที่แบบของรัฐแคลิฟอร์เนียใช้งานได้ดีเหมือนแบบ  F ของนิวเจอร์ซี่  แต่ยังไม่มีการทดลองใช้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่ลากพ่วง

จากเนื้อหาข้างต้นจะเห็นได้ว่ารูปแบบของกำแพงกันรถที่มีรูปร่างแตกต่างกันนั้น  เพราะมีวัตถุประสงค์ในการใช้ งานต่างกัน  ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างหรือบำรุงรักษาทาง  ต้องพิจารณาให้รอบคอบถึงลักษณะการใช้งานของกำแพง ก่อนที่จะทำการบูรณะผิวทางที่มีกำแพงนี้ติดตั้งอยู่ก่อนแล้ว  โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของกำแพงกันรถนี้ว่ายังมีประสิทธิภาพเหมือนเดิมหรือไม่  ทำนองเดียวกัน ขอบทางเท้าหรือขอบทางเท้าบนสะพานที่มีมิตินั้น ออกแบบไว้เพื่อให้รถที่เสียการควบคุมวิ่งเข้าขนราวสะพานนั้น  ต้องปะทะกับขอบทางนี้ก่อนเพื่อลดแรงกระแทกลงส่วนหนึ่ง 

เมื่อรถวิ่งต่อไปปะทะกับราวสะพานจะไม่แรงพอที่จะทำให้ราวสะพานหักตกลงในลำน้ำ การบูรณะเสริมผิวทางบนพื้นสะพานจะทำให้มิติของขอบทางนี้ลดเตี้ยลงรถจะปีนข้ามได้ง่าย  และแรงปะทะยังมีอยู่มากอาจชนราวสะพานหักทำให้รถตกลงใน ลำน้ำได้  เหล่านี้เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยแต่มีความสำคัญมากไม่อาจมองข้ามไปได้  ความสูงของช่องลอดสะพานคนเดินข้ามทางและโครงเสาป้ายเหนือช่องจราจร  ความสูงของเสาป้ายข้างทาง  เหล่านี้ล้วนต้องนำมาพิจารณาเมื่อต้องทำการบูรณะปรับปรุงเสริมผิวทางเดิมให้หนาขึ้นจากเดิม



Read more
 

 ACTIVITY CALENDAR
20-22 สิงหาคม 2557
เชิญร่วมเจรจาธุรกิจกับ บริษัท Kohnan Shoji จำกัด

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
29 กรกฎาคม 2557
เชิญเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับ คณะผู้แทนการค้าห้างสรรพสินค้า Woolworth

สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

19 สิงหาคม 2557
Packaging Revolution

C.G.S.(Thailand)
22 – 24 สิงหาคม 2557
Do or Die: Creative Methodologies for Business Survival

ห้องออดิทอเรียม TCDC
25 กรกฏาคม 2557
งานสัมมนา "ก้าวแรกที่สดใส เพื่อก้าวต่อไปอย่างมั่นคง"

ณ สภาสถาปนิก


 TIME OUT


เว็บไซต์แนะนำ

  พร็อพเพอร์ตี้ โดย บิลด์เดอร์นิวส์
  คอนสตรัคชั่น โดย บิลด์เดอร์นิวส์
  เปิดมุมมอง จากผู้เชี่ยวชาญในวงการก่อสร้าง
  และอสังหา
  ศูนย์รวม ข้อมูล วัสดุอุปกรณ์ บริการก่อสร้าง
  และตกแต่ง














 TTF International Co.,LTD.


6th Floor, A.E.House 200/7-14, Soi Ramkhamhaeng 4,Ramkhamhaeng Rd., Suan Luang, Bangkok 10250 Thailand.

Tel : (66) 2717 2477 Fax : (66) 2717 2466 www.TTFIntl.com   © Copyright TTF International Co.,Ltd. All Rights Reserved