หลายคนคงคุ้นกับคำว่า “สวนแนวตั้ง” แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วสวนแนวตั้งมีความเป็นมาจากที่ใด และมีความสำคัญอย่างไร เหตุใดจึงเป็นที่ฮือฮาและกำลังเป็นเทรนด์ที่มาแรงในยุคนี้เป็นอย่างมาก มองไปทางไหนก็เจอแต่คอนเซปต์นี้เต็มไปหมด ดังนั้นจึงขอพาทุกคนไปรู้จักและชื่นชม 10 โปรเจกต์สวนแนวตั้งจากหลากหลายประเทศกัน

เปิดประวัติสวนแนวตั้ง จากแนวคิดเรียบง่ายสู่การพลิกโฉมภูมิสถาปัตยกรรมของ Patrick Blanc

Patrick Blanc เกิดที่ฝรั่งเศส ในปี 1953 เป็นนักพฤกษศาสตร์ ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านพืชเมืองร้อน และเป็นที่รู้จักกันในนามของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ ดีไซน์เนอร์ และผู้คิดค้น กำแพงสีเขียว (green wall) กำแพงมีชีวิต (living wall) ฯลฯ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “สวนแนวตั้ง (vertical garden)”

Blanc คิดค้นสวนแนวตั้งด้วยตนเองตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่น ในตอนแรกเขาทำเพื่อสร้างระบบกรองน้ำชีวภาพด้วยการใช้ต้นไม้นานาพันธุ์เพื่อใส่ในตู้ปลาของเขา จนต่อมาเขาสามารถคิดสวนแนวตั้งได้สำเร็จ ด้วยแนวคิดง่าย ๆ ว่า “อยากนำธรรมชาติกลับมาสู่เมือง (to have nature coming back in towns)” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากป่าฝนเมืองร้อน และสภาพแวดล้อมแบบเทือกเขาสูงที่ต้นไม้สามารถขึ้นและเลื้อยตามโขดหินได้โดยแทบไม่ต้องใช้ดิน

โปรเจกต์ใหญ่ของเขาสำเร็จในปี 1988 ที่ตึก Cité des Sciences et de l’Industrie ในปารีส แต่ไอเดียของเขาค่อยเป็นที่รู้จักในปี 1994 และโด่งดังเป็นวงกว้างเมื่อปี 2004

การทำสวนแนวตั้งแบบฉบับของ Blanc

ระบบของเขาสามารถใช้ได้ทั้งในร่มและกลางแจ้งด้วยกรอบโลหะยึดกับผนังหรือแบบตั้งก็ได้ ด้วยชั้นพีวีซีหนา 10 มิลลิเมตร ซึ่งให้ความแข็งและกันน้ำซึม โพลีอะไมด์บาง ๆ จะทำให้น้ำซึมไปถึงรากของพืช ซึ่งติดตั้งลงในผ้าสักหลาด ทั้งที่ยังเป็นเมล็ดหรือต้นไม้ที่โตแล้วก็ได้

ระบบน้ำ: ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปาหรือน้ำที่นำกลับมาใช้ใหม่จะได้รับการหมุนเวียนผ่านมาจากด้านบนซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของระบบสวนแนวตั้ง ซึ่งใช้เพียงแค่ท่อพลาสติกที่เจาะรูเล็ก ๆ ขนาด 2 มิลลิเมตร ในระยะทุก 10 เซนติเมตร พร้อมกับเครื่องตั้งเวลารดน้ำอัตโนมัติ

สำหรับ Blanc สวนแนวตั้งใช้น้ำได้คุ้มกว่าสวนแนวนอนแบบดั้งเดิม เพราะน้ำมีการซึมผ่านดินน้อยกว่าทำให้มีน้ำปริมาณมากพอสำหรับพืชทั้งหมด นอกจากนี้สวนแนวตั้งด้วยวิธีของ Blanc ยังมีราคาไม่แพงมาก โดยเฉลี่ยถูกกว่าประมาณ 15% ของระบบฟาซาดทั่วไป และเป็นทั้งฉนวนกันความร้อนในฤดูหนาวและการระบายความร้อนตามธรรมชาติในฤดูร้อนได้ดี อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาค่อนข้างสูงเนื่องจากโดยปกติแล้วพวกเขาต้องการงานบำรุงรักษาสามครั้งต่อปีและส่วนประกอบบางอย่างเช่นแผ่นสักหลาดก็ควรเปลี่ยนเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะเมื่อติดตั้งอยู่นอกอาคาร

เปิด 10 โปรเจกต์สวนแนวตั้งสุดชิค ทั้งสิ่งที่สร้างขึ้นแล้ว กำลังสร้าง และเป็นคอนเซปต์สุดล้ำเกินจินตนาการ

1.L’Oasis d’Aboukir – Paris, France

เริ่มสวนแรกด้วยผลงานของผู้คิดค้นอย่าง Patrick Blanc ซึ่งเขาได้เปลี่ยนฟาซาดตึกธรรมดา ๆ ในปารีสให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่เต็มไปด้วยสีสันของพืชนานาพันธุ์ สะท้อนความเชื่อของเขาว่าธรรมชาติสามารถปรับปรุงคุณภาพของพื้นที่ในเมืองได้เป็นอย่างดี

โดยการใช้ต้นไม้ 237 ชนิด และจัดวางเป็นรูปแบบทแยงมุมเพื่อสร้างความรู้สึกของการเคลื่อนไหว และโปรเจกต์นี้แสดงถึงแนวคิดการพัฒนางานของ Blanc อย่างสมบูรณ์แบบ

2.One Beverly Hills – Los Angeles, USA

โปรเจกต์ตึกที่อยู่อาศัย 2 ตึกที่มีการปลูกต้นไม้ที่ระเบียง รวมไปถึงโรงแรม 10 ชั้น และตึก 4 ชั้นที่มีร้านขายสินค้าและพาวิลเลียนสำหรับนั่งดินเนอร์ มีคอนโด 303 ห้อง ประกอบกับโรงแรมที่มีห้องสวีท 42 ห้อง โดยตึกทั้งหมดจะใช้เนื้อที่ 4.5 เอเคอร์สำหรับสวนที่จะให้สาธารณชนเข้าไปได้ กับพื้นที่อีก 3.5 เอเคอร์สำหรับสวนส่วนตัวแก่ผู้ที่อยู่อาศัย

โดยพื้นที่ 4.5 เอเคอร์นั้นจะมี Wilshire Boulevard ที่เป็นคอลเลกชันต้นปาล์มที่อยู่สูง 900 ฟุต และตกแต่งด้วยสวนประติมากรรม ในขณะที่ทางเดินยาวหนึ่งไมล์จะมีแอ่งน้ำและพื้นที่นั่งที่ร่มรื่นตลอดทาง

3.Prato Urban Jungle – Prato, Italy

โปรเจกต์ “ป่าในเมือง” ที่มีแนวคิดในการใช้พื้นที่เปิดและสร้างพื้นที่สีเขียวในเมือง โดยธรรมชาติจะกลายเป็นสิ่งสำคัญเพื่อปกป้องสุขภาพของผู้คนในเมือง

ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ยั่งยืนซึ่งออกแบบมาอย่างพิเศษ เพื่อนำมาใช้บนฟาซาดและหลังคาที่เต็มไปด้วยต้นไม้ ผสานกับระบบกักเก็บน้ำฝนและการเลือกใช้พืชพื้นเมืองที่มาช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ขจัดมลภาวะในอากาศ

รวมไปถึงเป็นแหล่งดึงดูดแมลงผสมเกสร ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มความสะดวกสบายในตึก และเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของคนในชุมชน

4.Tirana vertical forest – Tirana, Albania

สวนแนวตั้งแห่งแรกของติบานา โดยตึกนี้มีผนังตึก 3 ด้านที่ประกอบด้วยพันธุ์ไม้และพุ่มไม้ 3,200 ต้น รวมไปถึงต้นไม้อีก 145 ต้น ซึ่งฟาซาดกับหน้าต่างทั่วทั้งตึกทำให้พันธุ์พืชและทิวทัศน์ของเมืองมาอยู่รวมกันได้อย่างลงตัว

ตึกนี้ได้กลายเป็นแหล่งของต้นไม้และพืชเมืองร้อนพันธุ์เฉพาะที่ถูกเลือกมาจากนักพฤกษศาสตร์และภูมิสถาปนิกอย่าง Laura Gatti เพื่อให้เหมาะกับระบบนิเวศโดยรอบ เช่น พุ่มไม้หลากสี ดอกไม้สีสันสดใส รวมไปถึงพืชที่มีกลิ่นหอมและโรสแมรี่ ทั้งนี้นอกจากความสวยงามแล้ว ก็เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่นละอองขนาดเล็กนั่นเอง

 

5. Vertical forest apartment blocks for Egypt‘s New Capital – Cairo, Egypt

สถาปนิกชาวอิตาลี Stefano Boeri ได้ออกแบบอพาร์ทเมนต์ทรงลูกบาศก์ 3 ตึกที่มี 7 ชั้น ในภาคตะวันออกของไคโร ด้วยความร่วมมือกับดีไซน์เนอร์ชาวอียิปต์นามว่า Shimaa Shalash และภูมิสถาปนิก Laura Gatti

ในแต่ละตึกจะมีความสูง 30 เมตร และกว้าง 30 เมตร โดยระหว่างตึกจะมีต้นไม้ 350 ต้น และพุ่มไม้อีก 14,000 พุ่มที่มีพันธุ์ไม้มากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยเป็นพันธุ์ไม้จากสภาพอากาศแบบแอฟริกาเหนือ ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ถึง 3,600 ตารางเมตร

พืชในทุก ๆ ชั้นจะสร้างเงาจากธรรมชาติและสร้างอากาศบริสุทธิ์ให้แก่ผู้อยู่อาศัย โดยพืชเหล่านั้นจะดูดซึมคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 7 ตัน และสร้างออกซิเจนได้ถึง 8 ตันต่อปีเลยทีเดียว

6. The Farmhouse by Fei and Chris Precht

สวนแนวตั้งอาจดูธรรมดาไป เพราะตอนนี้มีคอนเซปต์การทำฟาร์มแนวตั้งมาแล้ว!

The Farmhouse คือ โปรเจกต์ในอนาคตที่จะรวมเอาพื้นที่อยู่อาศัยและการทำฟาร์มแบบแนวตั้งมาอยู่รวมกันเพื่อเชื่อมต่อคนในเมืองกับเกษตรกรรมให้พวกเขาได้อยู่อาศัยกันอย่างยั่งยืนมากขึ้น ด้วยการออกแบบของสถาปนิกนามว่า Fei และ Chris Precht ผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอสถาปัตยกรรม Penda

Precht ออกแบบตึกนี้ด้วยแนวคิดที่อยากจะทำให้ผู้คนในเมืองซึ่งห่างไกลจากการผลิตอาหารเอง ซึ่งการขนส่งอาหารนั้นส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก และระบบฟาร์มแนวตั้งนี้จะทำให้ผู้คนได้ปลูกต้นไม้ไว้ทำอาหารกินเองและแบ่งปันกันภายในสังคมได้อีกด้วย ด้วยการก่อสร้างแบบ Prefabricated (หรือการก่อสร้างแบบสำเร็จรูป เป็นเทรนด์ก่อสร้างซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ เพราะมีประโยชน์ที่หลากหลายทั้งการลดต้นทุน ลดเวลาในการก่อสร้าง รักษาสิ่งแวดล้อม ฯลฯ)

7. Oasia Hotel Downtown – Singapore

ท่ามกลางตึกคอนกรีต เหล็ก และแก้วมากมายในย่านใจกลางเมืองสิงคโปร์ กลับมีตึกที่ดูโดดเด่นแตกต่างจากตึกอื่นอยู่ตึกหนึ่ง ซึ่งก็คือ The Oasia Downtown Hotel” ตึกถูกห่อหุ้มด้วยโครงตาข่ายเหล็ก มีสีชมพู แดง น้ำตาลแดงและสีส้ม ราวกับว่ามี “เสื้อคลุมนั่งเล่น” จากพืชคลุมอยู่

นอกจากตึกที่สร้างจากแก้วและเหล็กที่ภายในมีแอร์คอนดิชันแล้ว ตึกแบบใหม่นี้ถูกออกแบบมาให้ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นตลอดความสูงของตึก ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สถาปนิกทำงานร่วมกับภูมิสถาปนิกเพื่อให้ได้การดีไซน์ “เสื้อคลุมที่หายใจได้และมีชีวิต” อย่างสวนแนวตั้งที่สวยงามเรียงอยู่บนฟาซาดนั่นเอง

8. The Rainbow Tree – Philippines

ตึก 32 ชั้น สูง 115 เมตรสร้างจากไม้เพื่อให้เป็นตึกที่สร้างจากวัสดุเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นธรรมชาติ และอุดมสมบูรณ์

ประดับด้วยสวนแนวตั้งจากพืชป่าเมืองร้อนประเทศเพื่อนบ้าน มีพืชพันธุ์ พุ่มไม้ และต้นไม้เมืองร้อนมากกว่า 30,000 ต้น เรียงรายกันเป็นสีของสายรุ้งเพื่อสร้างอากาศบริสุทธิ์และความสดชื่นให้แก่ใจกลางของย่านธุรกิจอย่าง Cebu ซึ่งส่วนใหญ่จะมีแต่ตึกที่สร้างจากคอนกรีตและเหล็ก

นอกจากนี้พรรณพืชนานาชนิดทั้ง 30,000 ต้นนั้นจะสามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศได้ถึง 150 ตันต่อปี และเปลี่ยนมันเป็นออกซิเจนผ่านกระบวนการธรรมชาติ

9. Le Nouvel Towers – Kaula Lumpur City

ตึก Le Nouvel ประกอบด้วยตึก 2 ตึกที่มี 43 และ 48 ชั้น และเพื่อสร้างสวนแนวตั้ง นักพฤกษศาสตร์และภูมิสถาปนิกชาวฝรั่งเศสอย่าง Patrick Blanc จึงต้องใช้สายเคเบิลสแตนเลสสตีลเป็นตารางไขว้ผ่านกระจกฟาซาดของทั้งสองตึก และใช้เถาวัลย์หลากหลายสายพันธุ์พันให้เป็นเกลียวสูงต่ำต่างกันไป เพราะในแต่ละชั้นมีสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อต้นไม้ต่างกันไป เช่น แมลง แสงแดด และลม

Blanc ใช้ต้นไม้ 243 สายพันธุ์เพื่อตกแต่งตึกนี้ นอกจากนี้ในสวนแนวตั้งยังมีแปลงลิลลี่ติดกับสระว่ายน้ำที่ชั้น 7 ที่เชื่อมต่อทั้งสองตึก เป็นโอเอซิสแห่งความสงบท่ามกลางเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน

10.EmQuartier – Bangkok, Thailand

การออกแบบสวนแนวตั้งกลางห้าง ภายใต้คอนเซปต์ Rainforest Chandelier โดย Patrick Blanc ซึ่งเป็นน้ำตกที่เต็มไปด้วยสวนผลไม้หลากสีและนกยูงปลอม บันไดเลื่อนล้อมรอบไปด้วยแมกไม้เขียวขจี และสวนแนวตั้งที่ไม่ต่างจากสวรรค์ถูกแขวนไว้พาดผ่านตั้งแต่ชั้นบนสุดถึงชั้นล่างของห้าง

สวนแนวตั้งนี้ประกอบไปด้วยเฟิร์นและพืชเมืองร้อนหลายชนิดไล่ไปตามรูปทรงของสายสแตนเลส ด้วยพื้นที่ขนาด 300 ตารางเมตร และมีสปอตไลต์สีสันสดใสและสระน้ำขนาดใหญ่ช่วยเสริมให้สวยงามมากยิ่งขึ้น สายลมเบา ๆ พัดผ่านพื้นที่ที่เปิดโล่งจนสามารถมองเห็นทัศนียภาพของกรุงเทพฯ อย่างสวนเบญจสิริได้อย่างงดงาม

 

นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์สำหรับจัดสวนแนวตั้งจาก บริษัท ดีวัน ซิสเต็ม จำกัด ผู้เชี่ยวชาญระบบ Green Wall & Green Roof System ซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ออกแบบและรับรองโดยมาตรฐานสากล

โดยผลิตภัณฑ์หลักจะมีด้วยกัน 2 ระบบ ได้แก่ ระบบแผงและระบบกระถาง

  • ระบบแผง (Panel System)

ค่อนข้างเป็นที่นิยมกันมาก เนื่องจากตัว Build-up ของแผ่น panel มีความบาง ช่วยประหยัดพื้นที่ เมื่อปลูกต้นไม้ทำให้มีความสวยงาม ทั้งยังสามารถเพิ่มลูกเล่นได้ เช่น การจัดต้นไม้ไล่สี หรือทำเป็นลวดลายต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยในการจัดสวนแนวตั้ง สิ่งสำคัญคือ วัสดุที่มีความแข็งแรง ปลอดภัยเมื่อใช้งานจริง รวมถึงระบบการให้น้ำที่มีประสิทธิภาพ สามารถให้น้ำได้อย่างทั่วถึงในทุก ๆ จุด จึงจะทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตดูสวยงาม

โครงสร้างภายในของตัวแผงประกอบไปด้วย แผ่นหลัง PVC น้ำหนักเบา ชั้นโฟมไฮโดรฟิลลิกที่มีความสามารถในการกักเก็บน้ำ แผ่นใยสังเคราะห์ ชั้นกากใยมะพร้าว และแผ่นใยตาข่าย HDPE เป็นการพัฒนาออกแบบวัสดุให้มีความบาง และสามารถจัดสวนได้หลากหลาย

  • ระบบกระถาง (Pot System)

เป็นการใช้กระถางมาจัดเรียงตามแบบที่เหมาะสม สวนแนวตั้งระบบนี้จะค่อนข้างมีความสะดวกสบาย สามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดาย ต้นไม้ที่ใช้ควรมีขนาดเล็กหรือขนาดกลาง ตัวกระถางมีน้ำหนักเบา ทนต่อรังสี UV มีความทนทานสูง ติดตั้งง่าย เหมาะสำหรับโครงการที่ต้องการซ่อมแซมโครงสร้างและโครงการใหม่ และไม่ต้องอนุบาลต้นไม้ก่อนการติดตั้ง ช่วยลดปริมาณการให้น้ำ ง่ายต่อการแทนที่ระหว่างการดูแลรักษา สามารถกักเก็บน้ำได้ 0.1 ลิตร โดยมีรูสำหรับเก็บน้ำ อีกทั้งมีช่องระบายน้ำเพื่อให้น้ำไหลออก

 

จะเห็นได้ว่านอกจากเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งซึ่งให้ทัศนียภาพที่สวยงาม ให้ประโยชน์แก่ผู้อยู่อาศัย ทั้งเป็นร่มเงาและความสดใสสบายตาแล้ว สวนแนวตั้งยังมีส่วนสำคัญในการจัดสรรพื้นที่ว่างเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสะท้อนแนวคิดเรื่องการลดคาร์บอนไดออกไซด์และลดมลภาวะให้แก่ชั้นบรรยากาศของโลกที่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกคนควรช่วยกันแก้ไข เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้อยู่คู่กับมนุษย์ไปได้อีกนานแสนนาน

 

สอบถามข้อมูลหรือสั่งซื้ออุปกรณ์จัดสวนแนวตั้งจาก ดี วัน ซิสเต็มได้ที่ https://www.d1.co.th/green-wall

โทร. 02-062-5580 และ 063-701-0264

เฟซบุ๊ก D.one

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.inexhibit.com/case-studies/patrick-blanc-vertical-gardens/

https://www.designboom.com/architecture/foster-partners-one-beverly-hills-los-angeles-07-02-2020/?utm_source=designboom+daily&utm_medium=email&utm_campaign=foster+%2B+partners+plans+%27one+beverly+hills%27+development+for+los+angeles

https://www.stefanoboeriarchitetti.net/en/project/prato-urban-jungle/

https://www.stefanoboeriarchitetti.net/en/project/tirana-vertical-forest/

https://www.dezeen.com/2019/08/05/egypt-vertical-forest-stefano-boeri-new-administrative-capital/?li_source=LI&li_medium=bottom_block_1

https://www.stefanoboeriarchitetti.net/en/project/cairo-vertical-forest/

https://www.dezeen.com/2019/02/22/precht-farmhouse-modular-vertical-farms/?li_source=LI&li_medium=bottom_block_1

https://www.world-architects.com/en/stx-landscape-architects-singapore/project/oasia-hotel-downtown-1

https://www.amazingarchitecture.com/post/the-rainbow-tree-in-cebu-city-philippines-by-vincent-callebaut-architectureshttps://www.architecturalrecord.com/articles/14191-le-nouvel-klcc-by-jean-nouvel

https://www.bangkok101.com/exploring-emquartiers-rooftop-oasis-a-jungle-of-green-inside-the-citys-latest-luxury-mall/