ถ้าพูดถึงเรื่องวัสดุในการก่อสร้างหรือตกแต่งแล้วล่ะก็ “ไม้” ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่สามารถหยิบยกขึ้นมาดัดแปลงให้เข้ากับการออกแบบหรือตกแต่งได้หลากหลายมาก เพราะเป็นวัสดุที่มีความคลาสสิค ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงไหน ไม้ก็ยังคงมีเอกลักษณ์อยู่เสมอมา

เช่นเดียวกันกับการก่อสร้างโบสถ์ Oikumene ทีมออกแบบจาก Jakarta ชื่อว่า TSDS Interior Architect ได้นำเศษไม้จากบริเวณโดยรอบและพื้นที่ใกล้เคียงมาเป็นวัสดุหลัก โดยการสร้างครั้งนี้ก็เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจสำหรับคนงานในสวนยางพารา ที่เมือง Sajau ทั้งงานออกแบบภายในและงานสถาปัตยกรรมก็ล้วนแล้วแต่ดีไซน์มาจากคริสตจักรทั้งสิ้น ตรงตามโครงสร้างที่โบสถ์แต่ละแห่งควรมี

TSDS เล่าให้ฟังว่า พวกเขามีแนวคิดเชิงทดลองคือการใช้ไม้เป็นวัสดุหลักและวัสดุเดียวในการสร้าง และต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าวัสดุเพียงชนิดเดียวก็สามารสร้างผลงานที่ให้บรรยากาศที่ปกคลุมไปด้วยความอบอุ่น ความเงียบสงบ และเป็นที่พึ่งทางใจได้อย่างยอดเยี่ยม

โดยโบสถ์ Oikumene เป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างจากบริษัทสัญชาติอินโดนีเซียชื่อว่า PT.KMS ที่ปลูกยางพารารายใหญ่ในประเทศ ซึ่งไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างประกอบด้วย ไม้ Bangkirai, Kapur, Meranti และ Rimba ซึ่งเป็นเศษไม้ที่เหลือจากอุตสาหกรรมของ PT.KMS และอีกส่วนหนึ่งนำมาจากโรงงานบริเวณโดยรอบ

“ไม้ที่เรานำมาใช้ เป็นไม้ที่กำลังจะถูกทิ้ง เนื่องจากขายไม่ได้เพราะไม่ผ่านมาตรฐานด้านคุณภาพ สำหรับอีกส่วนเป็นไม้ที่เหลือจากอุตสาหกรรมข้างเคียง เรารู้สึกเสียดายที่เศษไม้เหล่านี้จะกลายเป็นขยะ หรือไม่ได้ผ่านการแปรรูปเชิงบวก พวกเราจึงเลือกมาเป็นอีกส่วนประกอบหนึ่ง แม้เศษไม้หรือไม้ที่ไม่ได้คุณภาพ จะไม่เป็นที่ต้องการของตลาด แต่พวกเราได้ดัดแปลงและแก้ไขให้พวกเขามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และสร้างความแตกต่างให้กับผู้คนที่ผ่านไปมาและผู้ที่ใช้งาน” TSDS กล่าวถึงการเลือกวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง

ภายในของโบสถ์หลังนี้ เหมือนโบสถ์อื่น ๆ ทั่วไป มีเก้าอี้นั่งทั้ง 2 ฝั่ง ด้านหน้ามีเวทีสำหรับบาทหลวงในการพูด และพื้นที่สำหรับนักดนตรีเพื่อเล่นในวันหยุด ส่วนดีเทลที่เป็นจุดเด่นสำคัญคือ ไม้กางเขนขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลังของโบสถ์ ซึ่งงดงามมากในยามค่ำคืน นอกจากนี้ยังมีการใส่ดีเทลไม้กางเขนที่มือจับประตูอีกด้วย และที่สำคัญชิ้นส่วนทั้งหมดถูกผลิตจากไม้ทั้งสิ้น (ยกเว้นมือจับที่ประตู ซึ่งทำจากอลูมิเนียม)

ถึงแม้ว่าสภาพอากาศโดยรอบจะค่อนข้างร้อนถึงร้อนมาก แต่ตัวโบสถ์ได้รับการออกแบบให้มีหลักอากาศพลศาสตร์ทำให้อากาศหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องทำความเย็น ตัวหลังคาถูกยกสูงขึ้นเพื่อช่วยเรื่องระบายอากาศอีกแรง และมีการเคลือบสารกันความร้อนเพื่อช่วยให้ความร้อนบางส่วนสะท้อนกลับไป ไม่ส่งไปยังบริเวณภายในตัวโบสถ์อีกด้วย

“เราหวังว่าผู้เข้ามาที่นี่จะรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ ความอบอุ่น และความเงียบสงบ เพราะมันคือสถานที่สำหรับการสักการะบูชาหรือการแสดงความเคารพ และงานสถาปัตยกรรมที่เราออกแบบ เป็นเพียงสื่อกลางระหว่างมนุษย์และพระเจ้าเท่านั้นเอง สิ่งที่อยู่ในจิตใจเราต่างหากคือเนื้อแท้ของจุดประสงค์ทั้งหมด” TSDS กล่าวปิดท้าย

ภายใต้งานสถาปัตยกรรมที่สวยงาม หากเรามองลึกลงไปข้างในดี ๆ แล้ว สิ่งที่เหล่านักออกแบบต้องการจะสื่อไม่ได้มีเพียงแต่ความสวยงามเท่านั้น เนื้อในอาจเป็นสิ่งที่เราต้องเข้าไปสัมผัสกับมันก่อน เราถึงจะรู้ได้ว่า เป้าหมายหลักของการออกแบบนั้น แท้จริงคืออะไร

การใช้ “ไม้” มาเป็นวัสดุในการก่อสร้าง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างมาก คงหนีไม่พ้นการโดนแดดเผา หรือน้ำฝนกัดเซาะ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ สีย้อมไม้หรือโค้คติ้งเคลือบไม้ดี ๆ เพื่อให้ยืดอายุและเป็นเกราะป้องกันให้กับไม้ที่เราใช้งาน เพราะสำหรับคนรักในงานไม้แล้ว การป้องกันไม้ที่เรารักก็ถือเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน

สีย้อมไม้ “นิปปอนเพนต์ ทิมเบอร์ ฟินิช” จาก นิปปอนเพนต์ เป็นสีย้อมไม้สูตรน้ำมันชนิดโปร่งแสงที่เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการจะโชว์ลายไม้ ด้วยเทคโนโลยีไฮบริดพลัส จากประเทศญี่ปุ่น ออกแบบมาเพื่อการปกป้องเนื้อไม้ให้ดูสวยงามทนทานทุกฤดูกาล ทาง่าย ได้เนื้อสีมาก ให้ผิวสัมผัสที่เรียบเนียน เงางาม ใช้ได้ทั้งพื้นและผนัง ทาได้ทั้งภายนอกและภายใน และมีคุณสมบัติเด่นดังนี้

  • ช่วยปกป้องเนื้อไม้จากแสงแดดและรังสี UV
  • ช่วยปกป้องเนื้อไม้จากความชื้นและน้ำซึมเข้าไม้
  • ป้องกันเชื้อราและแมลง
  • ทนทานต่อการขีดข่วนและสารเคมี
  • มีเฉดสีให้เลือกตามเฉดสีของสีไม้จริง

สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ทิมเบอร์ ฟินิช และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จาก นิปปอนเพนต์ได้ที่ https://www.nipponpaintdecor.com/product/find-products

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.dezeen.com/2020/06/21/oikumene-church-indonesia-tsds-interior-architect/