ในปีนี้โควิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของอุตสาหกรรมก่อสร้างตั้งแต่ตารางการก่อสร้างโครงการไปจนถึงขั้นตอนการจ้างงาน รวมไปถึงการพบปะลูกค้าอีกด้วย แต่ถ้ามองในแง่ดี เทรนด์อุตสาหกรรมหลายอย่าง (รวมไปถึง เทรนด์การก่อสร้าง ด้วย) ต่างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดครั้งนี้ ทำให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ได้เปลี่ยนแปลงและปรับปรุงความสามารถในการสร้างสิ่งต่าง ๆ เพื่อปรับตัวและเพิ่มผลประโยชน์มากขึ้นกว่าเดิมอย่างไม่คาดคิด

และเนื่องจากภาคอุตสาหกรรมที่เกิดการแข่งขันรวมไปถึงตลาดที่มีความผันผวนมากขึ้น การนำ เทรนด์การก่อสร้าง เหล่านี้มาปรับใช้จะสามารถสร้างคุณค่าและเป็นประโยชน์แก่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็นตัวช่วยให้คุณแข่งขันในการตลาดยุคปัจจุบันได้อย่างดี

1. อุปกรณ์ป้องกัน (Protective Equipment)

อาจกล่าวได้ว่าส่วนหนึ่งของ เทรนด์การก่อสร้าง ที่เปลี่ยนแปลงไปเกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังส่งผลต่อแนวทางปฏิบัติในสถานที่ก่อสร้างจากกฎระเบียบของรัฐบาลซึ่งเน้นความสะอาดและความปลอดภัยที่เข้มงวด รวมไปถึงอิทธิพลของสหภาพแรงงานที่เพิ่มขึ้นในโปรเจกต์ต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มต้นทุนและเวลาให้แก่โครงการ

นอกจากนี้ เทรนด์การก่อสร้าง ยังมีการนำเครื่องจักรที่สามารถจัดการปัญหาด้านความปลอดภัยและอันตรายได้ภายในครั้งเดียวมาเป็นเทรนด์การก่อสร้างในปีนี้ โดย Wearable innovations คือสิ่งที่น่าสนใจอยู่ในขณะนี้ มันอาจเป็น “รองเท้าบูท” ที่เชื่อมต่อกับสัญญาณ Wi-Fi เพื่อเตือนคนอื่นให้รู้เมื่อมีคนตกลงไปด้านล่างหรือเกิดอุบัติเหตุ หรือ “ล่อ” ที่เป็นสิ่งช่วยเคลื่อนย้ายวัสดุหนัก ๆ หรือวัสดุที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต หรืออาจจะเป็น “หุ่นยนต์” ที่รับคำสั่งในการสร้างนั่งร้านหรือก่ออิฐได้โดยอัตโนมัติเพื่อลดอันตรายที่อาจเกิดกับมนุษย์ได้

และมากกว่า “การมาแทนที่” มนุษย์ หุ่นยนต์เหล่านั้นกำลังพลิกรูปแบบการทำงานของมนุษย์และกลายมาเป็น เทรนด์การก่อสร้าง เช่นกัน พวกมันกำลังเพิ่มกำลังการตัดสินใจให้มนุษย์ (เช่น การถอดรหัสและแปลข้อมูลที่ค้นพบให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ได้จริง) และสร้างความแตกต่างด้วยการสร้างงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“การพิมพ์ 3 มิติ” ยังคงมีการใช้งานกันอย่างต่อเนื่องและเป็น เทรนด์การก่อสร้าง ที่น่าสนใจ เพราะสามารถทำให้ความเสี่ยงในการขนส่งลดลง และ “เซนเซอร์ด้านสิ่งแวดล้อม” ที่ช่วยตรวจจับเสียงรบกวน ความร้อน และลมในสถานที่ก่อสร้างจะสามารถส่งสัญญาณเตือนให้อพยพคนงานและเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ก่อสร้างที่มีราคาสูงในกรณีฉุกเฉินหรือภัยธรรมชาติได้

2. เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ (Efficient Technology)

สิ่งที่สร้างความแตกต่างสำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และผู้คนในวงการ และเป็น เทรนด์การก่อสร้าง ในปีนี้น่าจะเป็นเทคโนโลยี โดยเฉพาะนวัตกรรมที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในการก่อสร้าง โดยนวัตกรรมเหล่านี้จะเป็นเทคโนโลยีไม่กี่ประเภทที่ได้รับความนิยมและเป็น เทรนด์การก่อสร้าง ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไป

สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts)

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเทคโนโลยี Blockchain จะเป็นเทรนด์การก่อสร้างที่ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างอุตสาหกรรมก่อสร้างด้วยกัน ซึ่งมันจะเป็นส่วนประกอบที่มีความสำคัญในการสร้างความปลอดภัยและกระบวนการทำงานที่ลื่นไหลและรวดเร็วมากขึ้น และที่สำคัญจะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทำงานได้ดีขึ้นและเกิดผลผลิตที่มีประสิทธิภาพ

สัญญาอัจฉริยะเป็น เทรนด์การก่อสร้าง ที่ทำให้องค์กรต่าง ๆ ในโปรเจกต์ได้มีระบบร่วมในการทำธุรกิจ ทำให้พวกเขาสามารถซื้อ ติดตาม และจ่ายค่าบริการได้อย่างง่ายดาย ดีกว่าที่จะได้รับสัญญาและติดตามการส่งมอบงานจากหลากหลายองค์กรซึ่งสร้างความยุ่งยากในการทำงาน โดยบริษัทสามารถใช้สัญญาอัจฉริยะที่เป็น เทรนด์การก่อสร้าง  ในกระบวนการติดตามแบบ all-in-one ซึ่งจะมีกฎและเดดไลน์ภายใต้การขับเคลื่อนโดย Blockchain และระบบนี้จะสร้างการปิดงาน (closeouts) ที่เร็วขึ้น ความปลอดภัยเพิ่มขึ้น การติดตามโปรเจกต์ที่ดีขึ้น และสร้างห่วงโซ่อุปทานแบบอัตโนมัติต่อไป

Quick Knowledge

Blockchain คือ เทคโนโลยีการเก็บข้อมูลรูปแบบหนึ่ง ที่มีการเก็บข้อมูลเป็นส่วน ๆ และมาเรียงต่อกัน โดยมีวิธีเข้ารหัสทางคอมพิวเตอร์เพื่อรักษาความปลอดภัยทำให้รู้ว่าข้อมูลถูกเก็บเวลาใด มีการแก้ไขโดยใครหรือไม่ ซึ่งเชื่อมโยงกับทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย และทำให้ผู้ใช้งานผู้อื่นเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนั้นเพื่อความโปร่งใส

โดรนก่อสร้าง (Construction Drones)

การใช้โดรนในอุตสาหกรรมก่อสร้างกลายเป็น เทรนด์การก่อสร้าง ที่เติบโตรวดเร็วด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นจำนวน 239 เปอร์เซ็นต์ปีแล้วปีเล่า ซึ่งเทคโนโลยีนี้ถือว่ามีประโยชน์มากในการถ่ายภาพทางอากาศเพื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเชิงพาณิชย์ โดยทุกวันนี้โดรนถูกใช้เป็นเทรนด์การก่อสร้างเพื่อการร่างพื้นที่ขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว สามารถสร้างแผนที่ความร้อนทางอากาศ โดยซอฟต์แวร์โดรนที่ล้ำหน้าจะให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ และช่วยเพิ่มความคล่องตัวในกระบวนการก่อสร้างทั้งหมด

ความปลอดภัยของบุคคลและความเสียหายของอุปกรณ์กลายเป็นปัญหาที่สำคัญในการก่อสร้าง โดรนจะสามารถแทนที่การทำงานของคนเพื่อลดโอกาสการบาดเจ็บ เช่น งานที่ต้องวัดโครงสร้างที่มีความสูงมาก ๆ หรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยในบริเวณก่อสร้างก็ตาม โดรนสามารถตรวจตราเพื่อลดต้นทุนแรงงานและลดความเสี่ยงจากการโจรกรรมได้ ทำให้โครงการเป็นไปตามกำหนดและลดอัตราการเกิดความผิดพลาดได้

และการใช้งานโดรนในอนาคตอาจจะรวมไปถึงการตรวจสอบการเสื่อมของอุปกรณ์และการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI เพื่อจัดระเบียบอุปกรณ์ก่อสร้างซึ่งถือเป็น เทรนด์การก่อสร้าง ที่น่าจับตามอง

เทคโนโลยีที่ช่วยสร้างภาพจริง (Augmented Reality: AR)

ตลาด AR ทั่วโลกเป็น เทรนด์การก่อสร้าง ที่ถูกมองว่าจะมีมูลค่ามากกว่า 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในช่วงท้ายศตวรรษนี้ ซึ่งมีค่ามากกว่าปี 2019 อยู่ที่ 370 ล้านเหรียญสหรัฐ และในส่วนของลูกค้า AR หมายถึงการจัดเตรียมโปรเจกต์ที่มีประสิทธิภาพและทำให้โครงการก่อนการก่อสร้างเป็นสิ่งที่จับต้องได้สำหรับผู้ซื้อและผู้เช่าให้เห็นภาพก่อนการสร้างจริง เพื่อที่จะเพิ่มการตัดสินใจให้พวกเขา

สำหรับเจ้าของและนักลงทุน AR จะทำงานร่วมกับ Wearable Technology และวิดีโอ 360 องศาเพื่อสร้างสิ่งเหล่านี้:

  • การแสดงภาพ 3 มิติของโปรเจกต์ในอนาคตรวมไปถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบ
  • การวัดขนาดอาคารโดยอัตโนมัติ
  • จำลองการเปลี่ยนแปลง/ปรับปรุงอาคารและโครงสร้างได้อย่างรวดเร็ว
  • การฝึกอบรมด้านความปลอดภัยและการจำลองอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

การสร้างแบบจำลองข้อมูลอาคาร (Building Information Modeling: BIM)

Quick Knowledge

BIM คือ ระบบที่สามารถสร้างแบบจำลองของอาคารที่แม่นยำ ซึ่งรองรับการออกแบบในแต่ละขั้นตอนเพื่อประสิทธิภาพที่มากกว่ากระบวนการที่ทำด้วยตนเอง เมื่อเสร็จสมบูรณ์ แบบจำลองที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์เหล่านี้จะประกอบด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่แม่นยำและข้อมูลที่จำเป็นในการก่อสร้าง การแปรรูป และการจัดซื้อจัดหาเพื่อให้การก่อสร้างบรรลุผล

เทคโนโลยีและ เทรนด์การก่อสร้าง นี้ช่วยให้อุตสาหกรรมชั้นนำได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง โดยที่ BIM ทำให้ผู้ใช้งานมองเห็นภาพและสามารถสร้างอาคาร รวมไปถึงสาธารณูโภคได้อย่างแม่นยำ ซึ่งความสะดวกในการจัดการรูปแบบและการแชร์ข้อมูลช่วยสร้างส่วนประกอบสำเร็จรูปเพื่อการทำงานให้สำเร็จตรงเวลาและสมบูรณ์แม่นยำ โดยที่ Autodesk ได้นำเสนอตนเองว่าเป็น “กระบวนการสร้างโมเดล 3 มิติอัจฉริยะเพื่อช่วยมืออาชีพจัดการอาคารและสาธารณูปโภค”

จากข้อมูลของ Finances Online Top ซอฟแวร์ BIM ที่เป็นเทรนด์การก่อสร้างในปี 2021 ได้แก่

1.Autodesk BIM 360

2.Tekla BIMsight

3.Revit

4.Navisworks

5.BIMobject

6.BIMx

3. ความต้องการแรงงานที่เพิ่มขึ้น (Growing Need for Laborers)

หนึ่งใน เทรนด์การก่อสร้าง ที่น่าสนใจในปีสองปีที่ผ่านมาคือการเพิ่มขึ้นของความต้องการแรงงาน แรงงานที่มีคุณภาพนั้นมีราคาและการแข่งขันสูง แม้ว่าหุ่นยนต์จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างของแรงงานบ้างแล้วก็ตาม

แม้ว่าการใช้หุ่นยนต์จะเพิ่มมากขึ้น แต่เทรนด์การก่อสร้างในปีนี้ เราก็ยังคงต้องการแรงงานที่มีความรู้ในการจัดการและตีความข้อมูลที่ได้จากเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งโชคดีที่ผู้หญิงมีบทบาทในการทำงานมากขึ้นทำให้มีค่าเฉลี่ยของแรงงานที่มีความรู้เพิ่มมากขึ้นมากกว่ามีแต่ผู้ชายในตลาดแรงงานเพียงอย่างเดียว

จากข้อมูลของ Bureau of Labor Statistics ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในงานอุตสาหกรรมก่อสร้างเพียง 10.3 เปอร์เซ็นต์ และ industry hiring trends แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตัวเลขที่ผู้หญิงได้เข้ามามีบทบาทในการเป็นเจ้าของบริษัทเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์สูงถึง 94 เปอร์เซ็นต์จากปี 2007 ถึง 2018 นอกจากนี้ในปี 2018 ผู้หญิงจำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ได้ดำรงตำแหน่งใหญ่ ๆ ในบริษัทอีกด้วย

ในอุตสาหกรรมยังคงมี เทรนด์การก่อสร้าง ที่เล็งเป้าหมายในการจ้างงานผู้คน Gen Z หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี 1995 ถึง 2010 โดยในอดีตนั้นมุมมองด้านลบที่มีต่อโรงเรียนช่างหรือการเรียนสายอาชีพนั้นลดโอกาสในการจ้างงานผู้มีความสามารถในการก่อสร้างของบริษัท แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดการพลิกความคิดของผู้ประกอบการต่าง ๆ ทำให้เกิดกระแสที่เป็นบวกต่อบุคคลเหล่านั้นมากขึ้น จึงทำให้มีการจ้างงานมากขึ้น

4. การควบคุมการทำงานระยะไกล (Remote Worksites and Mobile Access)

แอปพลิเคชันมือถือในอุตสาหกรรมถือเป็น เทรนด์การก่อสร้าง ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้เราเข้าถึงไซต์ก่อสร้างได้อย่างง่ายดายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รวมไปถึงการสังเกตการณ์แบบเรียลไทม์และมีการวัดที่ใกล้เคียงขนาดจริงจากกล้องโทรศัพท์มือถือ

โควิด-19 ทำให้เราต้องทำงานกันโดยที่ไม่ต้องไปสถานที่จริง เป็นเทรนด์การก่อสร้างที่ไม่ต้องเข้าถึงวัสดุจริง ๆ หรือแม้กระทั่งไม่ต้องไปเจอเพื่อนร่วมทีมก็ได้ โดย AECOM ได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้การประชุมสาธารณะเกิดขึ้นได้จริงโดยไม่ต้องรวมตัวกัน และแอปฯ อื่น ๆ ในตลาด ได้แก่ AirMeasure ตัวช่วยในการวัดขนาด และซอฟต์แวร์ที่ช่วยจัดการทรัพย์สินอย่าง Infotycoon และผู้ที่ไม่มีการเชื่อมต่อเหล่านี้จะประสบปัญหาด้านผลผลิตและเสียเปรียบด้านการขายในอนาคต

5. ต้นทุนวัสดุที่เพิ่มขึ้น (Rising Material Costs)

แนวโน้มเทรนด์การก่อสร้างอีกอย่างหนึ่งในปีนี้คือต้นทุนวัสดุจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น จากดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index) สำหรับอุปกรณ์ก่อสร้างเพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์จากช่วง 3 ปีหลังจากหมดเดือนพฤศจิกายน 2020 (อ้างอิงจาก Association of General Contractors) อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มที่จะรวมเอาต้นทุนทุกประเภทและส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างโดยรวม เทคโนโลยีอย่างโดรน AR และ BIM จะเป็นปัจจัยหลักที่พิสูจน์ว่าพวกมันสามารถช่วยรักษามูลค่าของโปรเจกต์และต่อสู้กับแรงกดดันจากต้นทุนเหล่านี้ได้

นอกจากนี้เทคโนโลยีและวัสดุเกี่ยวกับนวัตกรรมการอยู่อาศัยจะทำให้ต้นทุนมีค่าสูงขึ้น แม้ว่าจะเป็นนวัตกรรมที่ทำให้ผู้ใช้งานประหยัดในระยะยาวก็ตาม โดยวัสดุที่เป็นนวัตกรรมเหล่านั้น ได้แก่

  • คอนกรีตมีชีวิต (Self-healing concrete)
  • กราฟีน 3 มิติ
  • อลูมิเนียมโปร่งแสง (Transparent aluminum)
  • คอนกรีตเรืองแสง (Light generating concrete)
  • โซลาร์เซลส์ล่องหน (Invisible solar cells)

นี่เป็นเพียง Part 1 ของ เทรนด์การก่อสร้าง ในปี 2021 นี้ ซึ่งทาง BuilderNews คาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านอยู่ไม่น้อย และ Part 2 ของเทรนด์นี้จะมีอะไรบ้าง ยังไงก็คงต้องติดตามกันต่อไป!

 

 

อ้างอิงจาก

https://www.bigrentz.com/blog/construction-trends

https://www.tekla.com/th/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A/bim-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3

https://www.efinancethai.com/MoneyStrategist/MoneyStrategistMain.aspx?id=ZHNzbVhubGcyeU09