ตึกโครงสร้างคอนกรีตปกคลุมไปด้วยเนินเขาหญ้าสีเขียวขจี เป็นที่ตั้งของ “SHIROIYA Hotel”ออกแบบโดย Sou Fujimoto หนึ่งในสถาปนิกชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก ผู้เชื่อมั่นในธรรมชาติและมนุษย์ ที่มีความสัมพันธ์กันระหว่างพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมและพฤติกรรมของมนุษย์

SHIROIYA Hotel เป็นโรงแรมกึ่งมิวเซียม รีโนเวทมาจากโรงแรมเก่าในยุค 70’s มีอายุกว่า 300 ปี โดยมีอาคารเดิมเป็นตึกสี่เหลี่ยมโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง 4 ชั้น เพื่อฟื้นฟูสถานที่แห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เนื่องจากเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์อันยาวนานของเมืองมาเอะบาชิ

Sou Fujimoto สถาปนิกผู้ออกแบบได้ดีไซน์อาคารนี้ใหม่ ผ่านแนวคิด Heritage Tower หรือโถงอาคารขนาดใหญ่ โดยรื้อแค่พื้นที่โครงสร้างผนังเดิมของอาคารทั้ง 4 ชั้นออก แต่เก็บเสาและคานไว้เพื่อเปิดเปลือยให้เห็นโครงสร้างเสาและคานคอนกรีตอันหยาบกร้านที่มีอายุกว่า 300 ปี ให้เกิดพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับทำห้องโถงเปิดโล่ง และใช้การออกแบบแบบ Skylight หรือลักษณะของหลังคารับแสงธรรมชาติจากด้านบน เพื่อแสงกระจายเข้าสู่ตัวอาคารได้ทั่วบริเวณห้องโถงในช่วงเวลากลางวัน

นอกจากนี้โครงสร้างเสาและคานถูกตกแต่งด้วยโคมไฟท่อพีวีซี หรือ Lighting Pipes ของ Leandro Erlich ศิลปินชาวอาเจนไตน์ ที่ส่องประกายท่ามกลางโครงสร้างของอาคารที่เต็มไปด้วยคอร์ทต้นไม้สีเขียวชอุ่ม

บริเวณด้านนอกของตัวอาคารได้ถูกดีไซน์ด้วยแนวคิด โดยการนำคาแรกเตอร์ของเมืองมาออกแบบเป็น ‘Green Tower’ เนินเขาที่ปกคลุมไปด้วยสนามหญ้าเขียวขจี ซึ่งมีบันไดอิฐให้เดินลัดเลาะไปตามแนวเนินเขาเขียวสู่ห้องพักเล็ก ๆ ของโรงแรมที่กระจายอยู่รอบพื้นที่แห่งนี้

ในส่วนของห้องพักของโรงแรมมีทั้งหมด 25 ห้อง แยกออกเป็นห้องพักใน Heritage Tower 17 ห้อง        และ Green Tower 8 ห้อง ออกแบบโดยสถาปนิกชั้นนำระดับนานาชาติ ได้แก่ Leandro Erlich          Jasper Morrison Michele de Lucchi และ Sou Fujimoto ที่หยิบนำเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตนเองมาใช้ในการออกแบบห้องพักให้มีหลากหลายแบบหลากหลายสไตล์สำหรับผู้เข้าพักได้เลือก นอกจากนี้ทุกส่วนในโรงแรมยังเต็มไปด้วยงานศิลปะจากศิลปินท้องถิ่นและต่างชาติในยุค 70’s จัดแสดงอยู่โดยรอบ ราวกับว่าได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ไปในตัว

Designed by Leandro Erlich
Designed by Jasper Morrison
Designed by Michele de Lucchi
Designed by Sou Fujimoto

โรงแรมเก่าแก่แห่งนี้ได้ถูกปลุกชีพให้มีชีวิตชีวาขึ้น ผ่านการกระบวนการรีโนเวทสิ่งก่อสร้างที่มีอายุยาวนานกว่า 300 ปี ให้กลับมาใช้งานได้ โดยการปรับตกแต่งให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น และสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมของมนุษย์ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

Source

https://www.archdaily.com/951093/shiroiya-hotel-sou-fujimoto-architects