หลังจากใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 4 ปี พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวแอฟริกัน-อเมริกัน หรือ NMAAHC ในกรุงวอชิงตัน ดี ซี สหรัฐอเมริกา ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา โดยได้สถาปนิกลูกครึ่งอังกฤษ-กานา อย่าง David Adjaye และทีมสถาปนิก Freelon Adjaye Bond/SmithGroup ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของสถาปนิกมากความสามารถทั้งหมด 4 กลุ่ม ได้แก่ Freelon Group, Adjaye Associates, Davis Brody Bond และ SmithGroupJJR มาช่วยออกแบบ

พิพิธภัณฑ์ NMAAHC นี้ ตั้งอยู่ในบริเวณ National Mall หรือลานรวมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของสหรัฐฯ และเป็นเหมือนเครื่องนำทางในการสำรวจประวัติศาสตร์ หรือใช้เพื่อการศึกษาในอนาคต ซึ่งในการก่อสร้าง มีการใช้วัสดุที่ยั่งยืนอย่างอะลูมิเนียมสีบรอนซ์ทั้งหมด 3,600 แผ่น ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากโรงหลอมเหล็กของทาสชาวแอฟริกันอเมริกัน

พิพิธภัณฑ์ NMAAHC แห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่เดียวในสหรัฐฯ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ของชาวแอฟริกัน-อเมริกันโดยเฉพาะ

National-Museum-of-African-American-History-and-Culture-Michael-Barnes-1020x610

การออกแบบของ Adjaye เป็นการออกแบบเพื่อให้อาคารมีความโดดเด่นสะดุดตา โดยตกแต่งตัวอาคารให้มีดีไซน์ 3 ชั้น ดังภาพ ซึ่งแรงบันดาลใจในการออกแบบนั้น เริ่มมาจากศิลปะ Yoruba ของชาวแอฟริกันตะวันตก ที่ซึ่งเกิดการค้าทาสกันอย่างแพร่หลาย เรียกได้ว่า ทาสที่ถูกค้าในช่วงศตวรรษที่ 18 กว่าครึ่งถููกค้าในบริเวณแอฟริกาตะวันตกนี้ โดยรูปแบบของอาคารเลียนแบบมาจากรูปปั้นผู้หญิงซึ่งทำจากไม้ ของชนเผ่า Yoruba ขณะที่แผ่นอะลูมิเนียมซึ่งห่อหุ้มตัวอาคารอยู่นั้นเปรียบได้กับโครงสร้างของโรงหลอมเหล็กของทาสชาวแอฟริกันอเมริกันในศตวรรษที่ 19 ณ เมืองนิวออร์ลีนส์ ซึ่งการรวมกันระหว่าง 2 สิ่งที่ส่งอิทธิพลทางวัฒนธรรมนี้เป็นตัวสะท้อนและสนับสนุนให้เกิดพิพิธภัณฑ์ NMAAHC นี้ขึ้นและเป็นไปในลักษณะดังที่กล่าวมา

National-Museum-of-African-American-History-and-Culture-a-1020x610

บนพื้นที่ทั้งหมด 400,000 ตารางฟุต การจัดแสดงผลงานภายในอาคารล้วนแสดงให้เห็นถึงเรื่องราวของทาสใน โดยแบ่งเรื่ิองราวออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ “Slavery and Freedom” หรือ “การเป็นทาสและการถูกปลดปล่อย”, “The Era of Segregation” หรือ “การแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม” และสุดท้าย คือการจัดแสดงชุด “1968 and Beyond” หรือ “เรื่องราวในปี 1968 และช่วงต่อมา” นอกจากนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีโรงภาพยนตร์และแกลเลอรี่สำหรับจัดแสดงในโอกาสพิเศษต่าง ๆ อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวแอฟริกันอเมริกันนี้ เปิดให้เข้าชมไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2016 ที่ผ่านมา

National-Museum-of-African-American-History-and-Culture-Darren-Bradley-1020x610

National-Museum-of-African-American-History-and-Culture-1-1020x610

National-Museum-of-African-American-History-and-Culture-facade-1020x610

National-Museum-of-African-American-History-and-Culture-Photo-by-Michael-Barnes-1020x610


Source: inhabitat