สำหรับคนที่รักการแต่งบ้าน คำว่า วินเทจไม่ได้แปลว่าเก่าเก็บ ไม่ได้แปลว่าต้องเลือกแต่ของเก่ามาไว้ในบ้าน แต่เป็นแนวแต่งบ้านให้ดูคลาสสิก อบอุ่น ได้กลิ่นอายการย้อนยุคนิด ๆ มีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ต้องวิ่งตามเทรนด์ตลอดเวลา

ใครที่เข้าวงการแต่งบ้านแบบวินเทจจะรู้ดีว่ายิ่งของมีอายุ ยิ่งพรีเมียม ราคาสูงและวิ่งเร็วยิ่งกว่าของออกใหม่หลายชิ้น ส่วนหนึ่งมาจากวัสดุที่ใช้ในยุคเดิม ๆ ถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ก็มักจะทนกว่า ดีกว่า หรือไม่บางดีไซน์ก็อาจประณีตกว่า หรือไม่มีให้เห็นแล้วในยุคนี้

ทว่าเอาเข้าจริงวินเทจก็ไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป ครั้งนี้ BuilderNews จึงนำเทคนิคการแต่งบ้านให้ดูวินเทจแบบเลือกงบได้ตามใจจากหลักการแต่งที่ได้มู้ดวินเทจมาแชร์ จะต้องใช้ชิ้นไหนบ้างหรือมีหลักการเลือกอย่างไรลองไปดูพร้อมกัน

1.รูปประดับผนัง

ความวินเทจเป็นรูปแบบการตกแต่งที่สวนกระแสความรวดเร็วของเทคโนโลยี แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้เราก็ตัดขาดจากเทคโนโลยีไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้น แนวการตกแต่งที่ช่วยผสมผสานความเป็นวินเทจกับการใช้ชีวิตประจำวันจึงต้องใช้การเบรกความโมเดิร์นด้วยการหาของที่ดูเฉพาะตัวมาไว้ในบ้าน ซึ่งหนึ่งในไอเทมที่ควรมี และไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป คือการหา “รูป” มาใส่เฟรมเรียบ ๆ ประดับผนัง

รูปที่เลือกแนะนำให้ใช้รูปวาดหรือรูปถ่ายประเภทฟิล์มก็ได้ เพราะจะได้กลิ่นอายความวินเทจ ส่วนกรณีเลือกรูปวาดศิลปินก็ไม่จำเป็นต้องเป็นศิลปินดังระดับโลกที่เป็นที่รู้จักเสมอไป ควรเลือกสิ่งที่เราชอบจะดีกว่า

2.เลือกวัสดุประเภทเหล็กหรือไม้สำหรับตกแต่ง

จำไว้เสมอว่าให้เลี่ยงวัสดุประเภทพลาสติกหรือวัสดุสังเคราะห์มาใช้ตกแต่ง เพราะขัดกับการตกแต่งแนววินเทจ แต่ให้หันมาเลือกวัสดุประเภทสัจจะวัสดุ หรือวัสดุที่เห็นเนื้อจริงของมัน อย่างเหล็กหรือไม้มาแต่งห้องแทน แต่กรณีที่ตอนนี้บ้านมีแต่ของตกแต่งห้องแนวพลาสติกหรือวัสดุสังเคราะห์เยอะ ไม่แนะนำให้ต้องเปลี่ยนยกเซ็ตเพราะสิ้นเปลืองจนเกินไป ไว้รอซื้อเข้ามาใหม่รอบหน้าค่อยเลือกชิ้นที่ผลิตจากวัสดุประเภทสัจจะวัสดุแทนจะดีกว่า หรือถ้าใครสามารถเทิร์นของเก่าออกไปเพื่อเปลี่ยนเป็นงบซื้อของตกแต่งใหม่เข้ามาอันนี้ก็ไม่ว่ากัน

3.หาของเก่าต่างยุคมาวางสักชิ้น

ถึงจะบอกว่าไม่จำเป็นต้องซื้อของแพงมาทั้งหมด แต่เสน่ห์ของวินเทจที่แท้จริงก็คือต้องมีของที่ไม่ได้อยู่ในยุคของเราสักชิ้นเพื่อเป็นการเติมลุค เรียกง่าย ๆ ว่า อาจจะใช้ของที่ถอยหลังไปสัก 10 ปีหรือมากกว่านั้น เพราะเวลานำมาแต่งแล้วมันจะช่วยให้ลุควินเทจดูสมบูรณ์ขึ้น

เคล็ดลับง่าย ๆ สำหรับคนที่อยากหาของแอนทีคแต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มไปหาซื้อที่ไหน แนะนำว่าอาจจะไปตามโกดังขายของแอนทีคญี่ปุ่นแล้วไปหาซื้อของมาวางเป็นพร็อพ ซึ่งบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องใช้งานได้ เลือกมาเพื่อแต่งเพิ่มสไตล์เฉย ๆ โดยของที่นิยมช่วงนี้อาจจะเป็นพวกกล้องฟิล์มปีลึกทรงสวย ๆ วางเรียงกัน

4.กำแพงมีดีเทล

เมื่อเติมห้องด้วยไอเทมต่าง ๆ แล้ว อีกสิ่งที่ช่วยเปลี่ยนลุคได้ทันทีและขาดไม่ได้คือการตกแต่งกำแพง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวอลเปเปอร์ลายดอก ลายวินเทจร่วมสมัย การเลือกใช้ผนังอิฐเปลือยแนวลอฟต์ หรือผนังอิฐเปลือย เพราะพื้นที่ส่วนนี้จะดึงดูดสายตาเป็นจุดแรก ๆ ทันทีที่เข้าห้อง

ข้อควรระวังคือเวลาตกแต่ง เราควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้สัมพันธ์กันกับผนัง ถ้าสไตล์ลอฟต์อาจจะเลือกภาพแนวสเก็ตช์คลาสสิก ๆ เฟอร์นิเจอร์ประเภทโลหะหรือไม้ แต่เน้นจัดวางให้ดูโปร่งเพื่อให้ห้องดูกว้าง วินเทจอย่างลงตัว

5.พรมผืนใหญ่

ปิดท้ายแบบง่าย ๆ ด้วยการวางพรมผืนใหญ่ แนววินเทจไม่ควรขาดพรม ใครอยากจะวางแบบลวดลายหนังสัตว์เพื่อเพิ่มดีเทลหรือสีพื้นเพื่อความเรียบง่าย ลองเลือกได้ตามความเหมาะสม ขนาดที่นิยมจะอยู่ที่ราว ๆ 8-10 ฟุต หรือ 9-12 ฟุตสำหรับใช้ในห้องนั่งเล่น เพราะกว้างขวางเพียงพอจะนั่งเล่นได้

จำไว้เสมอว่าการแต่งบ้านไม่จำเป็นต้องรีบร้อนกดซื้อตามช่องหรือคนดัง ๆ อย่างเดียว เพราะของบางอย่างที่โฆษณาอาจจะไม่ได้เหมาะกับพื้นที่ห้องที่เราอยู่เสมอไป ดังนั้นใครที่อยากให้บ้านสวยสมใจก็สามารถนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กันได้

และสูตร 3 สิ่งที่ต้องรู้ จำ และนำไปใช้ให้ขึ้นใจเสมอ คือ รู้หลักการแต่ง รู้แหล่งซื้อของ และรู้ใจตัวเองเท่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งแนวไหนก็เอาอยู่และคุ้มค่าที่สุดแน่นอน

Cover image by salon.educationsubject.club

 

  • สำหรับไอเดียรูปประดับผนังจาก 1×1 Wall นำเสนอผลงานจาก 2 Artists ชื่อดัง ได้แก่

  • (ภาพซ้าย) Johan Teyler ศิลปินชาวดัตซ์ผู้โด่งดังและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถ หนึ่งในผู้ริเริ่มการวาดภาพสีน้ำในช่วง “จิตรกรรมยุคทองของเนเธอร์แลนด์” ผลงานของเขามักเป็นดอกไม้ นกและสัตว์นานาพันธุ์ เป็นความเรียบง่ายที่ชวนมอง นำไปติดที่ห้องไหนก็เพิ่มเสน่ห์และความสวยงามให้ห้องนั้นได้เป็นอย่างดี
  • (ภาพขวา) ผลงานของ Albert Racinet ศิลปินชาวฝรั่งเศสในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยชิ้นงานของเขามักเป็นการหยิบเอาจุดเด่นของวัฒนธรรม วิถีชีวิต หรือเอกลักษณ์ของประเทศใดประเทศหนึ่งมาเรียงร้อยเรื่องราว และถ่ายทอดออกเป็นภาพพิมพ์ที่มีรูปแบบ ลายเส้นและสีสันที่ยากจะหาใครเสมอเหมือน

ภาพของ DoseArt เป็นภาพพิมพ์ใส่กรอบพร้อมแขวน ปิดผิวด้วยอะครีลิค มีน้ำหนักเบาและปลอดภัย พิมพ์ด้วยระบบดิจิทัล หมึกพิกเม้นท์ 12 สี “คุณภาพระดับพิพิธภัณฑ์”

ในราคาเริ่มต้น 590 บาท พร้อมจัดส่งฟรีทั่วประเทศ

📍 ขนาดและราคา:

XS | 20×25 ซม. | 590.-

S | 30×35 ซม. | 990.-

M | 40×50 ซม. | 1,490.-

L | 45×60 ซม. | 1,890.-

XL | 60×75 ซม. | 2,990.-

XXL | 75×100 ซม. | 4,490.-

📍 สีกรอบ:

สีดำ / สีขาว / สีทอง / สีเงิน / สีไม้อ่อน / สีไม้เข้ม

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่ DoseArt

 

  • ไอเดียวอลเปเปอร์ Goodrich แนว Vintage / Contemporary

  • Harlequin Momentum Volume 6 คอลเลกชันวอลเปเปอร์ที่โดดเด่นด้วยองค์ประกอบของโครงสร้างและความละเอียดอ่อนของธรรมชาติ ผสมผสานกันเพื่อความแตกต่างที่น่าหลงใหลและมีเสน่ห์ กับเฉดสีและประกายที่สวยงาม อาทิ วอลเปเปอร์ลายปีกผีเสื้อและเปลือกหอยสีรุ้งที่เน้นความหรูหรา เพิ่มความโดดเด่นด้วยประกายเมทัลลิค ให้เข้ากับโทนและเฉดสีตามแบบธรรมชาติ

โดยเน้นความต่างและการออกแบบที่ลงตัว เพื่อการตกแต่งแนวร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์ ใช้ร่วมกับ Momentum Volume 11 และ 12 คอลเลกชันผ้าทอสำหรับบุเฟอร์นิเจอร์และผ้าม่านในรูปแบบต่าง ๆ

กรุณาคลิกที่ลิงค์นี้เพื่อดูภาพผลิตภัณฑ์วอลเปเปอร์คอลเลกชัน Harlequin, Momentum Volume 6: https://www.stylelibrary.com/shop/wallpaper/momentum-6/

กรุณาคลิกที่ลิงค์นี้เพื่อดูโบว์ชัวร์ผลิตภัณฑ์วอลเปเปอร์และผ้าทอคอลเลกชัน Harlequin, Momentum Volume 6, 11 และ 12: http://downloads.stylelibrary.com/brochures/PR_Momentum_11_12_UK.pdf

  • Harlequin Momentum 12 คอลเลกชันผ้าทอ ที่เน้นความหรูหรา ผสมผสานความละเอียดอ่อนกับการออกแบบลายผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม รวมถึงความงามของธรรมชาติและโครงสร้างทรงเรขาคณิต โดยมี 9 ลาย ของผลิตภัณฑ์ผ้าทอสำหรับงานตกแต่งและผ้าม่าน

หลากเฉดสีสัน ในโทนสีอบอุ่นของสีแดงและสีส้มที่เด่นชัด เข้ากันกับสีฟ้าและสีเหลืองที่โดดเด่นอย่างลงตัว รวมถึงสีน้ำตาลอ่อนและสีเทาเข้มที่มีใช้ร่วมกับเฉดสีอื่นในทุกลายผ้า เพื่อสื่อถึงโทนและเฉดสีของธรรมชาติ โดยสามารถเลือกใช้ร่วมกับวอลเปเปอร์และผ้าทอในซีรีส์ Harlequin Momentum

กรุณาคลิกที่ลิงค์นี้เพื่อดูภาพผลิตภัณฑ์ผ้าทอคอลเลกชัน Harlequin, Momentum Volume 12: https://www.stylelibrary.com/shop/fabric/momentum-12/

กรุณาคลิกที่ลิงค์นี้เพื่อดูโบว์ชัวร์ผลิตภัณฑ์วอลเปเปอร์และผ้าทอคอลเลกชัน Harlequin, Momentum Volume 6, 11 และ 12: http://downloads.stylelibrary.com/brochures/PR_Momentum_11_12_UK.pdf

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่ www.goodrichglobal.com หรือ Goodrich Global Thailand

 

  • ไอเดียพรมแต่งบ้านจาก The Carpet Maker

พรมจาก The Carpet Maker ที่รองรับทุกจินตนาการและความชอบของคุณ ด้วยประสบการณ์การทำพรมมามากกว่า 30 ปี ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่าพรมแต่ละผืนตรงกับบรรยากาศและประโยชน์ใช้สอยของแต่ละห้อง โดยใช้วัสดุในการผลิตที่หลากหลายให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน ได้แก่ ขนแกะ ไหม ฝ้าย ผ้าลินิน Tencel (เส้นใยประดิษฐ์จากเซลลูโลสของเปลือกไม้) ปอกระเจา เยื่อไผ่ โพลีโพรพิลีนและไนลอน เพื่อการใช้งานที่หลากหลายและการผลิตพรมให้ตรงใจผู้ใช้งานมากที่สุด

 

โดยพรมแนววินเทจที่หยิบยกมาในวันนี้ ได้แก่

  • The oriental

เป็นสไตล์ที่มาจากประเทศทางตะวันออกกลาง เช่น ตุรกี อียิปต์ และอิหร่าน หรือเปอร์เซียโบราณ ซึ่งทำให้ปัจจุบันยังมีการเรียกว่าพรมแบบเปอร์เซีย โดยพรมสไตล์นี้เหมาะกับเลาจน์ส่วนตัว ห้องนั่งเล่น และพื้นที่สำหรับพักผ่อน

  • Floral

จากการผสมผสานลวดลายดอกไม้หลากหลายชนิดได้อย่างลงตัวเกิดเป็นงานศิลปะชิ้นเอกบนพรม ซึ่งเป็นงานศิลปะจากฮอลแลนด์ เมืองที่เต็มไปด้วยดอกไม้ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทั้งนี้เพื่อตกแต่งให้ห้องของคุณดูวินเทจมากขึ้น

  • พรมแบบ Upcycling

โปรเจกต์ Upcycling ที่ทำมากกว่าการรีไซเคิลขยะพลาสติก โดยมุ่งเน้นไปที่การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเพื่อเปลี่ยนขวดพลาสติกชนิด PET (ที่ถูกสร้างมาเพื่อใช้งานได้แค่เพียงครั้งเดียว และสร้างขยะปริมาณมาก) ให้เป็นเส้นใยที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้มีคุณสมบัติกันน้ำ เป็นฉนวนกันไฟ ทั้งยังไม่เกิดคราบและเชื้อรา ในขณะเดียวกันก็ยังมีสัมผัสที่นุ่มด้วยความประณีตของการผลิตเฉพาะตัวจาก The Carpet Maker

การเลือกลายพรมสไตล์วินเทจนั้นล้วนแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน โดย The Carpet Maker ก็สามารถเป็นที่ปรึกษาให้เพื่อรังสรรค์พรมที่ตรงใจคุณได้มากที่สุด หรือไม่ว่าจะเป็นพรมขนาดเท่าใดก็สามารถสั่งทำได้เพื่อความสวยงามไม่ซ้ำใครให้บ้านของคุณได้อย่างลงตัว

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thecarpetmaker.com/carpets/carpet-styles

สั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติมที่ TheCarpetMaker และ https://www.thecarpetmaker.com/