คณะกรรมการมรดกโลก ลงมติขึ้นทะเบียน “กลุ่มป่าแก่งกระจาน” เป็นมรดกโลกมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของไทย หลังเลื่อนพิจารณามานานกว่า 2 ปี

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวหลังลงมติว่า “ถือเป็นของขวัญสำหรับคนไทยทุกคน และต้องขอบคุณทุกหน่วยงาน รวมถึงนายกรัฐมนตรีและรองนายกฯ ที่คอยติดตามประเด็นนี้จนสำเร็จ

ขณะที่แฟนเพจของ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ข้อความว่า “กลุ่มป่าแก่งกระจาน มรดกโลก มรดกแห่งมวลมนุษยชาติ”

นับเป็นเวลาที่ยาวนานกว่า 16 ปี ที่ประเทศไทยพยายามผลักดันพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกนับตั้งแต่ปี 2548 ถึง 3 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2558 พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2562 จนเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 44 ในปี พ.ศ. 2564 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ด้วยเกณฑ์ข้อที่ 10

ถือเป็นความสำเร็จในการอนุรักษ์พื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพในถิ่นกำเนิด ทั้งพันธุ์พืชนานาชนิด สัตว์ป่าหลากสายพันธุ์

กลุ่มป่าแก่งกระจาน เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 6 ของไทย และเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ แห่งที่ 3 ของไทย นับตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ – ห้วยขาแข้ง ในปี พ.ศ. 2534 และ กลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ ในปี พ.ศ. 2548

กลุ่มป่าแก่งกระจาน มีเนื้อที่ประมาณ 2.5 ล้านไร่ (4,089 ตารางกิโลเมตร) กินพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 4 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และอุทยานแห่งชาติกุยบุรี