อีกไม่นานเกินรอ กับงานเอ็กซ์โประดับโลก อย่าง  World Expo 2020 โดยในงานครั้งนี้ได้ เมืองดูไบ เเห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นประเทศที่ได้รับชัยชนะการประมูลสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพ ด้วยการนำเสนอแนวคิด “Connecting Minds, Creating the Future” ที่ต้องการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการร่วมเเบ่งปันความคิดเห็น วัฒนธรรม เเละประสบการณ์ต่าง ๆ ร่วมกัน เพื่อเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกัน โดยงานจะจัดเป็นระยะเวลานานถึง 6 เดือน ตั้งเเต่วันที่ 20 ตุลาคม 2020 – 10 เมษายน 2021 ดูรายละเอียดงานเพิ่มเติมที่ https://www.expo2020dubai.com/en

สำหรับ Highlight ของงานคงจะหนีไม่พ้น Pavilion สุดอลังการกว่า 40 ประเทศ ที่เรียกได้ว่ามีทั้งความโดดเด่นเเละความสร้างสรรค์ทางสถาปัตยกรรมไม่แพ้กัน เเละวันนี้ BuilderNews ได้รวบรวมภาพตัวอย่าง Pavilion จากประเทศต่าง ๆ มาให้ได้ชมกัน

Austria Pavilion

ออสเตรเลียมาในคอนเซ็ปต์ “Every Good Idea Begins with the Right Question” โดยสะท้อนผ่านการออกแบบ Pavilion ที่เปรียบเสมือนห้องแลปที่ใช้แลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรม ฉายภาพให้เห็นนิทรรศการและการเวิร์คช็อปต่าง ๆ สำหรับตัวโครงสร้าง Pavilion เป็นการนำดินที่มีอายุกว่า 9,000 ปี มาประกอบสร้างเป็นทรงกรวยหน้าตัดจำนวน 47 กรวย ส่วนพื้นที่ภายในจะโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก มีลานในร่มสำหรับใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน และมีร้านกาแฟของชาวเวียนนามาเปิดบริการสำหรับผู้เข้าชมงาน ซึ่งทางองค์การสหประชาชาติได้ยกย่องให้สถานที่แห่งนี้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

Azerbaijan Pavilion

อาเซอร์ไบจานใช้พื้นที่ในการสร้างสวนและทางเดินของ Pavilion กว่า 1,300 ตร.ม. ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า “Seeds for the future” โดยคำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก เพื่อต้องการกระตุ้นจิตสำนึกให้ผู้เข้าชมได้คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรและคืนสมดุลให้กับโลกของเรา สำหรับตัวโครงสร้างหลังคาจะมีรูปทรงคล้าย ๆ กับใบไม้ และหลังคาจะเป็นหลังคากันลมที่ช่วยระบายความร้อน ส่วนภายในอาคารจะใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ และเน้นการระบายอากาศภายในตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีที่ช่วยในการกักเก็บน้ำฝนเข้ามาใช้ภายใน Pavilion อีกด้วย

Belarus Pavilion

Pavilion ของเบลารุส มาในรูปแบบสุดไฮเทค กับคอนเซ็ปต์ว่า “Forest of Future Technology” โดยมาจากความเชื่อที่ว่าธรรมชาติกับเทคโนโลยีสามารถช่วยให้มนุษย์เติบโตไปด้วยกันได้ ซึ่งพื้นที่ภายในจะมีโซน Tree of Mind พื้นที่สำหรับสร้างปฏิสัมพันธ์ ช่วยกระตุ้นให้ผู้เข้าชมงานต่างได้เชื่อมโยงความคิดซึ่งกันและกัน ผ่านการจัดแสดงเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างยั่งยืน ที่ช่วยเพิ่มโอกาสการลงทุนในอนาคต นอกจากนี้ภายใน Pavilion ยังมีร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึกจากประเทศเบลารุส พร้อมกิจกรรมการแสดงจากกลุ่มชนพื้นเมือง

Belgium Pavilion

สำหรับเบลเยียม จะมาในคอนเซ็ปต์ Smart and Green Belgium 2050 กับรูปแบบอาคารที่เน้น Eco-Friendly และฟาซาดกันแดดด้านข้าง ซึ่งกำลังพูดถึง “Green Ark” ที่ตั้งของนวัตกรรมและอาหารพิเศษแสนอร่อย ตัวโครงสร้างภายนอกจะปกคลุมไปด้วยพืชพรรณอันเขียวชอุ่มกว่า 10,000 ต้น รวมถึงได้นำเทคโนโลยีอันชาญฉลาดมาใช้ในการเลี้ยงพืชพรรณต่าง ๆ แล้วนำพืชที่เลี้ยงนั้นมาทำอาหารต้อนรับแขกผู้มาเยือน นอกจากนี้วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างยังเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เพื่อตอบสนองต่อปัญหาในเรื่องทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด

Brazil Pavilion

Together for Diversityคือคอนเซ็ปต์หลักในการนำเสนอรูปแบบ Pavilion ของบราซิล โดยสร้างบรรยากาศสมมติ ยกเอาแม่น้ำแอมะซอนมาไว้ในนครดูไบ ผู้เข้าชมงานสามารถเดินเล่น ชมทิวทัศน์ พร้อมสูดกลิ่นอายบรรยากาศบริเวณริมแม่น้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งยังมีพื้นที่แสดงนิทรรศการ ไว้นำเสนอให้เห็นถึงความหลากหลายอย่างน่าสนใจ ตั้งแต่ พืชเฉพาะถิ่น สัตว์ในท้องถิ่น ไปจนถึงศิลปะและวัฒนธรรมของบราซิล นอกจากนี้ภายใน Pavilion ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึกไว้บริการสำหรับผู้เข้าชมงาน

Canada Pavilion

แคนาดาเปิดพื้นที่จำลอง Pavilion ให้เป็นโรงละครแบบ 360 องศา ไว้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวแคนาดาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน จนถึงอนาคต สำหรับตัวโครงสร้างของโรงละครได้รับแรงบันดาลใจมาจากภูมิประเทศอันกว้างใหญ่ของแคนาดา และอิงองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมแถบตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งระหว่างแคนาดาและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตามชื่อคอนเซ็ปต์ที่ว่า “Canada: The Future in Mind”

China Pavilion

สำหรับจีน ต้องการสร้าง Pavilion ให้เป็น “Building a Community with a Shared Future for Mankind – Innovation and Opportunity” ฉายภาพให้เห็นถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันยาวนานอย่างลึกซึ้ง ผ่านการออกแบบ Pavilion ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมจีนและวัฒนธรรมตะวันตก รวมถึงมีการนำเทคโนโลยีสุดทันสมัยเข้ามาร่วมด้วย อย่าง 5G, Ai และ Smart Travel ดีไซน์ออกมาเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่ยังคงกลิ่นอายวัฒนธรรมของจีนเป็นหลัก

Czech Republic Pavilion

Pavilion ของสาธารณรัฐเช็กมาในคอนเซ็ปต์ “Czech Spring” โดยนำเทคโนโลยีเฉพาะเปลี่ยนทะเลทรายสุดแห้งแล้งให้กลายเป็นโอเอซิสที่มีดินอุดมสมบูรณ์ และสร้างบรรยากาศเสมือนอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ พร้อมชมนิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราววัฒนธรรมของสาธารณรัฐเช็ก รวมถึงการจัดแสดงอาหารพื้นเมืองภายใน Pavilion

DP World Pavilion

เจ้าภาพอย่างดูไบ เปิดคอนเซ็ปต์ Pavilion ว่า “Making Trade Flow” ได้น่าสนใจไม่แพ้ประเทศอื่น โดยต้องการแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นถึงวิสัยทัศน์ของดูไบในอนาคต ที่ต้องการเปลี่ยนวิถีชีวิตและการทำงาน ด้วยการนำเทคโนโลยีแบบเรียลไทม์มาช่วยในการจัดการด้านโลจิสติกส์ ข้อมูล และผู้คน เพื่อสร้างโอกาสในอนาคตให้กับคนในประเทศ

Emirates Pavilion

ส่วน Pavilion ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาในคอนเซ็ปต์ “Seeding the Future of Commercial Aviation” ชวนผู้เข้าร่วมงานมาทดลองและเรียนรู้กับนวัตกรรมและเทคโนโลยีในอนาคตขั้นสูง ที่จะช่วยพัฒนาและต่อยอดวงการการบินพาณิชย์ภายในปี 2071 นอกจากนี้ไฮไลท์ภายใน Pavilion ผู้เข้าชมจะตื่นตาไปกับการแสดงแสงสีในยามค่ำคืนที่สวยงาม ไม่เหมือนใคร

Finland Pavilion

ฟินแลนด์สร้าง Pavilion ในคอนเซ็ปต์ “Sharing Innovative Competences” ที่ออกแบบ Pavilion ให้เป็นในลักษณะคล้ายเต้นท์ โดยพื้นที่ข้างในนั้นกว้างและโล่ง มีพื้นที่โซน Finnish Majlis เป็นพื้นที่บริการสำหรับผู้เข้าชมงานไว้นัดพบปะพูดคุย หรือนั่งพักผ่อน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่โซน Snow Cape พื้นที่ที่ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับความเงียบสงบอย่างประหลาดใจ ทั้งนี้จุดมุ่งหมายในการนำเสนอพื้นที่แต่ละพื้นของฟินแลนด์ คือการชูความเป็นเลิศด้านต่าง ๆ ตั้งแต่ด้านการศึกษา เทคโนโลยี สุขภาพ สถานที่ท่องเที่ยว ไปจนถึงความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน

France Pavilion

สำหรับ Pavilion ของฝรั่งเศส มาในคอนเซ็ปต์ “Light, Lights” เปรียบแสงเหมือนสิ่งที่นำไปสู่ความเจริญก้าวหน้า และมองเห็นศิลปะในพลังงานแสง นำมาประยุกต์ ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ เปิดการแสดงแสงสีตระการตาภายใน Pavilion โดยพื้นที่ภายในจะมีสวนไว้สำหรับพักผ่อน ห้องแลปไว้แสดงนัวตกรรมต่าง ๆ รวมถึงเลานจ์บาร์ไว้สำหรับพูดคุยเจรจาทางธุรกิจ

Germany Pavilion

เยอรมนีจัด Pavilion ในงาน World Expo 2020 ให้เป็นเหมือนพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Campus Germany” โดยชูเรื่องประเด็นสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในแต่ละฐาน ได้แก่ The Energy Lab, The Future City Lab และ The Biodiversity Lab นอกจากนี้พื้นที่ภายในยังมีร้านอาหารเยอรมันไว้คอยให้บริการ พร้อมเสิร์ฟความบันเทิงไปกับการแสดงพื้นเมืองอีกด้วย

Italy Pavilion

อิตาลีชวนผู้เข้าชมงานมาเพลิดเพลินไปกับ Pavilion คอนเซ็ปต์ “Beauty Connects People” ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบพื้นที่ภายในสวนและภูมิทัศน์รอบนอกจากเมืองปิซา ส่วนคอนเซ็ปต์การเล่าเรื่องภายใน Pavilion นั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเส้นทางเชื่อมต่อของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่ต้องการจะบอกเล่าถึงเรื่องราวที่น่าจดจำเกี่ยวกับประเทศอิตาลี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ การศึกษา การรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงเรื่องนวัตกรรม

Japan Pavilion

Pavilion ของญี่ปุ่นมาในคอนเซ็ปต์ “Join. Sync. Act.” เปิดบ้านต้อนรับผู้เข้ามาชมด้วยการต้อนรับในแบบฉบับวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น พร้อมทั้งมีบริการอาหารญี่ปุ่นและความบันเทิงสุดไฮเทค สำหรับตัวโครงสร้างภายนอกของ Pavilion จะเป็น Façade ในรูปแบบที่ผสมผสานระหว่างลวดลายอาหรับแบบดั้งเดิมเข้ากับลวดลาย Asanoha ของญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว

Republic of Korea Pavilion

เกาหลีใต้ดีไซน์ Pavilion เป็น Façade เเบบ Dynamic ที่มีการเคลื่อนไหวเเละเปลี่ยนแปลงตลอดวัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า “Smart Korea, Moving the World to You” ซึ่งเปรียบกับการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่จะช่วยขับเคลื่อนโลกของเราไปข้างหน้าให้ดียิ่งขึ้น

Latvia Pavilion

Pavilion ของลัตเวียมาในรูปทรงที่แปลกตา แต่ดูแล้วสบาย ๆ เนื่องจากดีไซน์พื้นที่ออกมาในลักษณะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง กว้าง อากาศสามารถถ่ายเทสะดวก ตามคอนเซ็ปต์ “Connecting minds, creating more breathable futures” เชื่อมต่อความคิด สร้างสรรค์บรรยากาศดีที่หายใจได้ โดยภายใน Pavilion จะมีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมด้วยระบบเสียงแบบสเตอริโอ 3D

Luxembourg Pavilion

ลักเซมเบิร์ก ออกแบบ Pavilion ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Resourceful Luxembourg” เชื่อมโยงทรัพยากรมนุษย์ ธรรมชาติ ความเชี่ยวชาญเฉพาะ อุตสาหกรรม และการเงินเข้าด้วยกัน ซึ่งลักเซมเบิร์กจะเน้นใช้ทรัพยากรเหล่านี้ในการพัฒนาประเทศสู่ความสำเร็จ โดยตัวโครงสร้าง Pavilion ได้รับแรงบันดาลใจจากแถบเมอบิอุส พื้นผิวทางเรขาคณิตที่มีเพียงด้านเดียวยาวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปิดกว้าง ความคล่องแคล่ว และความน่าเชื่อถือ

Malaysia Pavilion

สำหรับมาเลเซียจะมาในคอนเซ็ปต์ “Energising Sustainability” ผ่านการจัดแสดงแคมเปญ #MyButterflyEffect ที่ต้องการสร้างความสมดุลระหว่างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคม ไปกับปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนในอนาคต โดยภายใน Pavilion จะปราศจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เน้นใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีการแสดงเต้นรำนักรบซาบาห์และซาราวัก และการเต้นรำโยเก็ต ซึ่งเป็นการเต้นระบำดั้งเดิมของมาเลเซีย

Mobility Pavilion

“Mobility” อีกหนึ่ง Pavilion ที่ฉายภาพถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เทคโนโลยี นวัตกรรม โดยภายในจะมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องความก้าวหน้าของมวลมนุษยชาติตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน ไปจนถึงอนาคตที่ได้มีปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบมาจากการเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องเทคโนโลยี เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมอื่น ๆ

Monaco Pavilion

โมนาโก ออกแบบ Pavilion ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Monaco 360° – a World of Opportunities” โดยได้รับแรงบันดาลการออกแบบสถาปัตยกรรมจาก Rock of Monaco ลักษณะเป็นคล้าย ๆ โขดหินเหลี่ยม ๆ จำลองพื้นที่เสมือนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง และมีกลิ่นอายเหมือนอยู่แถบ France Riviera ฝรั่งเศสใต้ ฝั่งทะเลเมดิเตอร์ริเนียน ภายในจะแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วน “Garden of Opportunities” ที่จะชวนผู้เข้าร่วมงานไปดื่มด่ำกับสวนสาธารณะ ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่น และส่วนต่อมาคือ “Kaleidoscope” เป็นพื้นที่จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม นวัตกรรมของโมนาโก

Montenegro Pavilion

มอนเตเนโกรสร้าง Pavilion โดยต้องการให้เป็นแพลตฟอร์มใหม่ในอนาคตที่สามารถสร้างความเจริญรุ่งเรืองได้ โดยยกเอาคอนเซ็ปท์ “Montenegro – Blessed by Nature” ซึ่งใน Pavilion จะพบกับธรรมชาติที่เสมือนได้ไปเที่ยวที่มอนเตเนโกร ไม่ว่าจะเป็น ทะเล ภูเขา แม่น้ำ ทะเลสาบ และสิ่งมีชีวิตนานาชนิด พร้อมทั้งไปทำความรู้จักกับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรม ศาสนา และประวัติศาสตร์จากมอนเตเนโกร

 

อ้างอิงข้อมูลเเละรูปภาพจาก https://www.expo2020dubai.com/en