วันนี้เราขยับมาอีกหนึ่งย่านแห่งการสร้างสรรค์อย่าง อารีย์ – ประดิพัทธ์ ที่ได้นำกิจกรรม MOOD HOPPING กิจกรรมที่จะพาคุณไปสำรวจอารมณ์ที่เราต่างไม่อยากจัดการด้วย ผ่านกิจกรรมที่ใคร ๆ ก็คุ้นเคยอย่าง Cafe Hopping ในย่านนี้

MOOD HOPPING เป็นโปรเจคที่ Faiyen Design Studio ริเริ่ม ด้วยความสนใจที่มีต่อความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิต และความมุ่งหวังให้งานออกแบบช่วยสื่อสารที่มีผลกับคุณภาพชีวิตทางใจที่ดีขึ้นต่อผู้คน รู้จัก Faiyen Design Studio ให้ดีขึ้น

แต่เนื่องจากตัวผู้เขียนไม่ใช่เซียนกาแฟเท่าไหร่นัก จึงขอนำทุกท่านไปค้นหานิทรรศการที่เกี่ยวกับนวัตกรรมกันดีกว่า แต่จะเกริ่นไว้เบื้องต้นหากใครอยากจะตะลุย MOOD HOPPING ก็ย่อมได้

กิจกรรม MOOD HOPPING จะประกอบด้วย คาเฟ่ทั้งหมด 15 แห่ง แบ่งเป็น 5 อารมณ์ได้แก่ โกรธ, อิจฉา, กังวล, เศร้า และรู้สึกผิด โดยแต่ละร้านจะให้เครื่องดื่มตามอารมณ์ของร้านนั้น ๆ โดยที่มีจุด Information Spot ที่ร้าน Feelingbar Ari ค่อยให้คำแนะนำและเป็น Point หลักในการเดินทางได้เป็นอย่างดี

เมื่อมาถึง การเดินสำรวจย่านแห่งนี้ดูจะเป็นอะไรที่ยากลำบากเสียเหลือเกิน ผู้เขียนจึงได้ Register ในเว็บ http://www.moodhopping.com/ เพื่อเช่าจักรยานจากร้าน tokyobike มาปั่นสำรวจย่านนี้กัน

ที่ผู้เขียนได้เข้าไปทดลองสั่งคือร้าน “Porcupine Café” ซึ่งเป็นร้านที่ให้อารมณ์ รู้สึกผิด (แต่ผู้เขียนไม่ได้มีความรู้สึกผิดแต่อย่างใด เพียงเพราะร้านนี้อยู่ใกล้กับจุด Information Spot) ได้รับเครื่องดื่มที่มีคาแรคเตอร์น่าสนใจอย่าง Strawberry Feels

“ทุกคนย่อมต้องเคยรู้สึกเสียใจจากการตัดสินใจผิดพลาด ไม่ว่านานแค่ไหน ความรู้สึกนั้นยังคงฝังอยู่ในจิตใจสักแห่ง หากเป็นรสชาติ ก็เหมือนกับสตรอเบอรี่หอมหวานที่ซ่อนกายอยู่ในกาแฟดำ น้ำสีดำที่คุ้นเคย จิบแรกก็เหมือนกาแฟทั่วไป แต่ยิ่งจิบไป รสชาติของสตรอเบอรี่ยิ่งชัดเจนขึ้น ก็เหมือนกับทุกวันธรรมดา ที่ความรู้สึกผิด ค่อย ๆ เผยตัวออกมาทีละนิด เพียงแค่เราดื่มมัน”

เป็นการดื่มกาแฟที่สัมผัสได้ถึงบทกวีที่แทรกซ่อนภายใต้ขวดกาแฟสวยหรูตัวนี้ ต้องยอมรับว่าคอนเซ็ปต์ดีมาก ๆ แต่หากจะให้ผู้เขียนตะลุยทั้งวันเพื่อดื่มให้ครบ 15 ร้าน คงจะไม่ไหวเสียกระมัง

ถัดมาผู้เขียนได้ปั่นจักรยานต่อมาที่โครงการพาไท ณ ร้าน P9 พหลโยธินซอย 9 ซึ่งเป็นที่ที่รวมเอานวัตกรรมดีไซน์รวมถึงการ Talk ของเหล่าผู้ที่อยู่ในวงการนั้น ๆ ภายใต้แนวคิด “สานคิด จิตพัฒนา ไทยก้าวหน้า อย่างยั่งยืน” (ตาราง Talk สามารถดูจากในตารางด้านล่างได้เลย)

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ผู้เขียนชอบมาก ๆ คือเรื่องของนวัตกรรม Smart Building, Smart Governance, Smart Innovation รวมถึงโครงการ Green Bangkok 2030 ที่เจ๋งมาก ๆ อย่างไรผู้เขียนจะรวบรวมข้อมูลไว้ให้อ่านกันอีกบทความ

สถานที่สุดท้ายที่ควรมาในวันเสาร์และอาทิตย์อย่างยิ่งคือที่ 33 Space ซอย ประดิพัทธ์ 17 ที่จัดนิทรรศการหลัก เป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมย่านอารีย์-ประดิพัทธ์สู่ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อทุกคน โดยกลุ่มนักออกแบบ นักวิจัยในย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์กรมหาชน) ได้รวมตัวกันในนามกลุ่ม Tinkering Pot แต่วันที่ผู้เขียนไป ค่อนข้างจะมีกิจกรรมน้อย จึงไม่ได้เขียนอย่างเต็มที่เท่าไหร่นัก

คำแนะนำจากผู้เขียน

  • แนะนำให้มากับเพื่อน ๆ และมาช่วงวันเสาร์หรืออาทิตย์จะดีที่สุด เพราะมีกิจกรรมเยอะมาก
  • ควรไป Register ให้เพื่อเช่าจักรยาน เพราะสำคัญมากเป็นส่วนช่วยให้เราเดินทางอย่างสนุก
  • ควรวางแผนให้ดี เพราะบางร้านเปิดเย็น บางร้านก็เปิดตั้งแต่เช้า
  • แม้การวางแผนที่ดีอาจจะผิดแผนก็ได้ ฉะนั้น เผื่อใจสำหรับการผิดหวังไว้ด้วย
  • การดื่มกาแฟวันละ 3-4 แก้วอาจส่งผลดีต่อสุขภาพ
  • ชาร์จแบตฯ มือถือให้เต็มหรือไม่ก็พกแบตฯ สำรองไว้ด้วย
  • เตรียมหมวกและหน้ากากกันฝุ่น PM 2.5 ไว้เพื่อสุขภาพ