เมื่อหลายวันก่อน ผู้เขียนได้มีโอกาสแวะเวียนไปที่ Samyan Mitrtown มิกซ์ยูสสุดเจ๋งแห่งแรกบนถนนพระราม 4 ซึ่งครั้งนี้ เป็นครั้งที่สองที่ผู้เขียนได้มาใช้บริการสถานที่แห่งนี้

ขณะที่ผู้เขียนเดินหาร้านอาหารเพื่อดำรงชีพในมื้อดึกที่ห้างแห่งนี้ ก็ต้องสะดุดตากับ Pavilion สามสีได้แก่สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน ผู้เขียนไม่รอช้ารีบเก็บรายละเอียดมาฝากผู้อ่านทันที จริง ๆ Pavilion เหล่านี้เป็นเหมือนคลังความรู้ วิถีชีวิต และบันทึกของชาวสามย่าน ที่สอดแทรกมาให้ผู้แวะเวียนที่นอกจากจะเข้ามาถ่ายรูปแล้ว ยังเข้ามาศึกษาเป็นความรู้ได้อีกด้วย

Cultures Pavilion / ประเพณีวัฒนธรรม

ชาวสามย่านที่อาศัยอยู่ส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายจีย ความเป็นจีนจึงสอดแทรกเข้ามาในสามย่านและกลายเป็นวัฒนธรรมของคนที่นี่ ซึ่งเห็นได้ชัดผ่านศาลเจ้าหรือการจัดเทศกาลต่าง ๆ ทั้ง “ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง” “ศาลพ่อปู่” และเทศกาล “งิ้ว”

เริ่มต้นที่ Pavilion สีแดงสดตกแต่งด้วย พร็อพสุดจัดจ้านที่บอกเล่าเรื่องราวที่จะสื่อออกมาได้เป็นอย่างดี ทั้งถาดใส่ผลไม้ รองเท้าที่วาดลวดลาย โคมไฟ ธูป และอื่น ๆ อีกมากมาย

Shrines / ศาลเจ้า

ศาลเจ้าทั้งสองเป็นที่นิยมของคนเก่าแก่ในสามย่านมาก โดยศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองนั้นมีชื่อเสียงในด้านหน้าที่การงาน ส่วนศาลพ่อปู่ก็มีชื่อเสียงในด้านการทำมาค้าขาย และด้านการเรียนให้สำเร็จมาแล้วนักต่อนัก

Chinese Opera / งิ้ว

งิ้วมักจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับนิทานจีนที่สะท้อนให้เห็นข้อคิดสอนใจเป็นหลัก แต่บางครั้งงิ้วก็จัดขึ้นเพื่อเน้นความสนุกสนาน เช่น การจัดงิ้วประชันโรง ที่ต่างฝ่ายต่างหาวิธีแย่งผู้ชมกันไปมา ผ่านการโชว์แปะยิ้มบ้าง เชิดสิงโตไปมาบ้าง เป็นการสร้างสีสันเพิ่มเติม ที่สามารถดึงดูดคนได้ทุกเพศทุกวัย ไม่เฉพาะแค่วัยชรารุ่นเดอะเท่านั้น

Legendary Stores Pavilion / ร้านในตำนาน

สามย่านมีตำนานร้านรวงที่ถึงแม้จะดูเก่าแก่ แต่คุณภาพนั้นเก๋าไม่แพ้ร้านใหม่ ๆ เลยทีเดียว ซึ่งก็คือ “จีฉ่อย” ร้านโชห่วยที่เต็มไปด้วยของมากมาย และ “รองเท้านพชูส์” ร้านรองเท้าที่ยังคงวิธีการผลิตแบบโบราณอยู่

Pavilion สีเขียวที่ใช้ของตกแต่งได้อย่างนวลตา แถมของบางชิ้นก็อาจจะย้อนวัยให้กับใครหลายคนได้ รวมถึงผู้เขียนเอง ที่เดินเข้าไปข้างใน ก็เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเลย มีทั้งลูกบอลพลาสติก ขวดน้ำยุคเก่า ซองน้ำยาปรับผ้านุ่ม

Gechoi / จีฉ่อย

ร้านโชห่วยเก่าแก่ในสามย่านที่มากไปด้วยสินค้านานาชนิดจนได้ชื่อว่าขายตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบขนานแท้ กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้เกิดเรื่องราวการขายของแปลก ๆ และถูกอกถูกใจใครหลายคนอยู่ไม่น้อย

Ha Tid Li Pawn Shop / โรงรับจำนำ ฮะติ๊ดหลี

โรงรับจำนำที่ตั้งอยู่คู่สามย่านผูกพันกับทุกผู้คน ไม่เว้นแม้แต่เด็กจุฬาฯ เด็กเตรียมฯ หรือเด็กช่าง ที่ต่างก็มาใช้บริการที่นี่และกล่าวคำว่า “ฮะติ๊ดหลี” กันอย่างติดปาก ทั้งยังมีเรื่องเล่าขานกันว่า ที่นี่คือโรงรับจำนำเพียงแห่งเดียวที่ยังคงรับเครื่องคิดเลขรุ่นเก่าอยู่ ในขณะที่โรงรับจำนำอื่น ๆ ไม่มีใครเขารับกันแล้ว

(ปัจจุบันโรงรับจำนำฮะติ๊ดหลีปิดกิจการลงอย่างถาวร)

Nop’s Shoes / รองเท้านพชูส์

ร้านขายรองเท้าหนังที่อยู่เป็นตำนานคู่สามย่านมากว่า 40 ปี แม้จะดูเป็นร้านเก่าแก่เหมาะกับคนวัยเก๋า แต่ด้วยการผลิตอันเป็นงานทำมือไร้เครื่องจักรช่วย จึงทำให้ได้รองเท้าที่ประณีตไม่เหมือนใคร จนมีนิสิตมากหน้าหลายตานิยมมาหาซื้ออยู่บ่อยครั้ง

Record of Stories Pavilion / บันทึกเรื่องราว

สิ่งที่เกิดขึ้นในสามย่าน ทั้งเก่าใหม่ล้วนเป็นมิตรภาพที่ถูกบันทึกไว้เป็นเรื่องราวผ่านภาพถ่ายจากร้านถ่ายรูป “นครอาร์ต” และ “ทีมคัลเลอร์แล็บ” รวมไปถึงภาพยนตร์จากโรงหนัง “ราม่า” และ “สามย่านรามา”

Pavilion สีเขียวที่รวมเรื่องราวสุดอาร์ตที่เหมาะกับสายถ่ายรูปอย่างมาก เพราะเล่าเรื่องผ่านรูปภาพ โปสเตอร์หนังเก่า ลูกโบว์ลิ่ง พินโบว์ลิ่ง แก้วน้ำ และกล่องใส่ป๊อปคอร์น สายถ่ายรูปเหมาะกับการไป Check-In อย่างมาก

Cinema / โรงหนัง

หนังจีนดัง ๆ หลายเรื่องถูกฉายที่ “โรงหนังรามา” มานับไม่ถ้วน หนึ่งในนั้นคือ “จอมดาบทะลุฟ้า” หนังสามมิติเรื่องแรกที่ฉายในไทย ส่วน “สามย่านรามา” จะเน้นฉายหนังที่หลากหลายกว่า ซึ่งในอดีตโรงหนังนับเป็นแหล่งชุมนุมที่คนบ้านใกล้จะไปดูหนังกันเป็นประจำ ไม่ต่างจากการไปวัดหรือโบสถ์เลยทีเดียว

Photo Studios / ร้านถ่ายรูป

“นครอาร์ต” และ “ทีมคัลเลอร์แล็บ” ต่างเป็นร้านถ่ายภาพที่สร้างมิตรแท้ให้แก่ผู้ที่หลงใหลในภาพฟิล์มและด้วยบริการที่ครบครัน ยังทำให้ทั้ง 2 ร้านกลายเป็นแหล่งนัดชุมนุมของผู้รักฟิล์มไปโดยปริยาย

นอกจากเป็น 1 ในจุด Check-In ที่ Samyan Mitrtown แล้ว ยังเป็นจุดที่บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างกระชับและเรียบง่าย หากใครผ่านไปก็แวะไปถ่ายรูป อ่านเรื่องราวเจ๋ง ๆ ที่ Pavilion แห่งนี้ได้เลย