เป็นเวลาเกือบ 3 เดือนแล้วที่วิกฤต COVID-19 ได้เข้ามาสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับมวลมนุษยชาติ และส่งผลให้การใช้ชีวิตประจำวันกับทุกคนบนโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง หนึ่งในวิธีลดการระบาดและตัวผู้เขียนเชื่อว่า จะกลายมาเป็นความปกติในรูปแบบใหม่ นั่นคือ Social Distancing การเว้นระยะห่างทางกายภาพกับบุคคลอื่น ๆ ในสังคม หรือแปลง่าย ๆ คือ การอยู่ห่างจากคนอื่น ๆ ในสังคม เพื่อลดหรือชะลอการแพร่เชื้อของโรคระบาด

เพื่อให้เห็นแนวทางของการปฏิบัติตัวแบบ Social Distancing ร้านค้า ร้านอาหารแบบเดลิเวอรี่ ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงตลาดหลายแห่งมีการใช้เทปกาวสีต่าง ๆ ติดแบ่งพื้นที่ให้เห็นได้ชัดว่าตรงไหนยืนได้ ตรงไหนควรเว้นระยะห่าง ซึ่งวันนี้ได้รวบรวมการออกแบบที่จะเรียกว่าออกแบบก็ไม่เต็มปาก จะเป็น Art Installation ก็ไม่เชิง แต่อย่างน้อย ผลลัพธ์ของมันคือการเว้นระยะห่างทางสังคม

สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้เป็นในลักษณะวงกลมขนาดใหญ่ ลูกศรการเดิน ช่องวงกลมให้รู้ว่าเราควรยืนรอในจุดนี้ บล็อกสี่เหลี่ยมที่ทำไว้ห้ามคนนั่ง

ห้าง The Star Vista ที่สิงคโปร์ มีการตีเส้นกรอบแบ่งเป็นช่องห้ามนั่งใกล้กัน ระยะห่างราว ๆ 1 เมตรกว่า
การใช้จุดวงกลมในการต่อคิวซื้อของ
ตีเส้นการต่อคิวตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้า Supermarket
ที่ อ. ปาย มีการตีเส้นเว้นระยะห่างระหว่างคนซื้อและคนขาย
ห้างในเครือเซ็นทรัลฯ จัด Social Distancing บนโต๊ะทานข้าวที่ศูนย์อาหาร
การแปะลักษณะการยืนในลิฟต์ทุก ๆ อาคาร หันหน้าเข้าหากำแพงและจำกัดจำนวนผู้โดยสาร
ตลาดเริ่มมีการออกแบบการวางแผงค้าขายใหม่ เพื่อสอดรับกับมาตรการ Social Distancing

ผลข้างเคียงจากสิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นมาตรฐานความปลอดภัยรูปแบบใหม่ โดยมี “เทปกาว” เป็นองค์ประกอบหลักทางสถาปัตยกรรม ซึ่งหลายคนมองมันในเรื่องของความสวยงาม เป็นงานอาร์ทที่เกิดขึ้นบนความไม่ได้ตั้งใจ บางคนมองในแง่ของการรักษาระยะห่าง ความสะอาด แต่ไม่ว่าจะมองในแง่ใดก็ตาม สิ่งที่ได้มาคือความสบายใจและเพิ่มความมั่นใจของคนในสังคมมากขึ้น

Writer’s Opinion

Social Distancing จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง

ผมขอยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวอย่างร้านอาหาร จากเดิมที่เวลานั่งทานที่ร้านได้ประมาณ 40-50 โต๊ะ อาจจะต้องลดเหลือเพียงครึ่งเดียว หรือร้านบุฟเฟ่ต์ ที่ใช้พื้นที่ในร้านได้เกิดประโยชน์สูงสุด อาจจะต้องปรับแผนการดำเนินธุรกิจใหม่เพื่อให้มีระยะห่างทางสังคมมากขึ้น

ตลาดทุกแห่งจะต้องมีมาตรการเว้นระยะห่างของร้านค้าอย่างน้อย 2 เมตร การระบายอากาศที่ต้องทำอย่างจริงจัง ความสะอาดที่ควรจะต้องใส่ใจให้มากกว่าเก่า

ร้านค้าต่าง ๆ ตามห้างสรรพสินค้า อาจลดจำนวนการเข้าร้านของลูกค้าลง แบ่งเป็นรอบ ๆ เพื่อลดการเบียดเสียดของผู้คน การขายทางเดลิเวอรี่แม้จะเป็นเรื่องปกติของคนในยุคนี้ แต่สินค้าบางชนิด ก็ควรจะมีการลองให้ชัดเจน เช่น กางเกงยีนส์ รองเท้าเพื่อสุขภาพ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า COVID-19 จะยังคงไม่หายไปจากโลกใบนี้แบบ 100% อาจจะยังหลงเหลืออยู่ ตราบใดที่วัคซีนยังไม่ถูกคิดค้น และอาจจะใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ปี ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทุก ๆ อย่างจะกลับมาดีขึ้นหรือไม่ คงต้องอยู่ที่พวกเรา จะระมัดระวังตัวมากแค่ไหน หากเป็นไปได้ในช่วงนี้ควรที่จะหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนโดยไม่จำเป็น แต่หากเลี่ยงไม่ได้ ก็ขอให้เว้นระยะห่างที่เหมาะสม สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือให้บ่อยมากขึ้น ทุก ๆ การหยิบจับอะไร ก็ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า เชื้อโรคมีอยู่รอบตัวเราขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพ

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

IG: tape_measures https://www.instagram.com/tape_measures/?utm_source=ig_embed