หลังจากคลายล็อคดาวน์บางส่วนแล้ว หลายคนยังไม่สามารถมาทำงานได้ตามปกติ และยังคง Work From Home กันอยู่ไม่น้อยเลย ความเบื่อหน่ายที่สะสมเริ่มทำให้ผู้คนต้องหาทางออก การดูหนังถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายคนนิยมใช้คลายเครียดในเวลานี้ รวมถึงตัวผู้เขียนเองที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ก็ต้องใช้บริการสตรีมมิ่งดูหนังออนไลน์เป็นเพื่อนคลายเหงา

แต่การเลือกหนังดูสักเรื่อง เป็นอะไรที่ยากพอสมควรกับการใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมงไปกับการรับชม หลายคนมีปัญหาคล้ายกันคือ ไม่รู้จะดูเรื่องอะไร เพราะกลัวว่าจะไม่สนุกแล้วทำให้เสียเวลา

วันนี้ผู้เขียนมีหนังมาแนะนำกันถึง 10 เรื่อง เป็นหนังที่เต็มไปด้วยการออกแบบภายในที่สวยงาม งานสถาปัตยกรรมที่ยอดเยี่ยม องค์ประกอบครบรส ทั้งคอสตูม เนื้อเรื่อง รวมถึงการกำกับภาพ เรียกว่า ถ้าดูตามนี้ ไม่ผิดหวังแน่นอน รับประกันได้เลยว่า ผนังสี่ด้านของคุณจะถูกทลายลง

 

The Grand Budapest Hotel, 2014 Dir. Wes Anderson

ถ้าใครที่ชอบดูหนังคงจะทราบถึงแนวทางการเล่าเรื่องของ Wes Anderson ที่เป็นเครื่องหมายการค้าเลยคือ สัดส่วนของภาพที่เป๊ะทุกช็อต ทุกอย่างถูกวางไว้กลางเฟรม งานคราฟท์อันเป็นเอกลักษณ์ผ่านคอสตูม งานเกรดสีที่ดูพาสเทลสดใสร่าเริง แพ็คนักแสดงชุดเดิมที่ไม่ว่าจะกี่เรื่อง ๆ ก็ต้องใช้บริการนักแสดงชุดนี้ รวมถึงพล็อตเรื่องแสนตลกร้ายที่มีเสน่ห์อย่างมาก

The Grand Budapest Hotel เล่าเหตุการณ์คดีฆาตกรรมในโรงแรมแห่งหนึ่ง (ซึ่งใช้ชื่อเดียวกับหนัง) ปกคลุมด้วยหิมะเป็นแบล็คกราวอันสวยงาม งานออกแบบภายในหนังต้องบอกว่า ยอดเยี่ยมอย่างมาก ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพสักเล็กน้อย พรมแดงที่ปูทั่วโรงแรม เสาและผนังหินอ่อน โคมไฟแชนเดอเลียร์ เฟอร์นิเจอร์งานเก่า ราวจับบันไดและระเบียงที่ทำด้วยทองเหลือง นอกจากงานออกแบบแล้วยังมีภาพสวย ๆ ของภูมิทัศน์โดยรอบของยุโรปตะวันออกเป็นฉากหลังด้วย มาพร้อมโทนสีสุดพาสเทลที่เป็นลายเซ็นต์ของ Wes Anderson ด้วย

The Grand Budapest Hotel Interior

คะแนนความน่าดู 8/10

คะแนนงานออกแบบ 10/10

 

Call Me by Your Name, 2017 Dir. Luca Guadagnino

หนังรักสุดโรแมนติกที่ดัดแปลงมาจากหนังสือชื่อเดียวกันเขียนโดย André Aciman ว่าด้วยเรื่องความรักของเด็กหนุ่มวัย 17 ปี และอาจารย์มหาวิทยาลัยวัย 24 จริง ๆ ตัวหนังเล่าเรื่องเพศที่สามได้อย่างเข้าใจ และเป็นความเข้าใจอย่างลึกซึ้งลงไปถึงแรงปรารถนา ความรู้สึก ความคิด ไปจนถึงการตบตีกันระหว่างความต้องการของสังคม และความต้องการของตัวเอง

ในแง่ของตัวเนื้อเรื่อง ถือว่าทำออกมาได้อย่างอบอุ่น ส่วนที่ชอบที่สุดคือ เราได้เห็นการเติบโตของตัวละครหลักอย่าง Elio จากเด็กหนุ่มเข้าสู่วัยรุ่นอย่างเต็มตัว เราเห็นถึงคำถามมากมายที่อยู่ในหัวของเอลิโอผ่านสีหน้า แววตา และการแสดงออก ซึ่งจุดนี้เป็นส่วนที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ เหมาะกับคนที่ชอบหนังรักโรแมนติก หรือหนังวัยรุ่นเป็นที่สุด

มุมสถาปัตยกรรมต้องบอกเลยว่าคุณจะได้เห็นงานออกแบบตึก บ้านเรือน และอาคารสไตล์อิตาลีในปี 1983 ที่ละเอียดอ่อนและงดงามอย่างมาก อาคารบ้านเรือนที่ดูเป็นชนบท ก็ทำออกมาได้อย่างสวยงาม เพราะทั้งหมดถ่ายทำจากสถานที่จริง มีบางส่วนที่ set up ขึ้นใหม่ นอกจากนี้ยังมีพร็อพอย่าง แผนที่โบราณ ภาพวาด หนังสือเก่า เครื่องแก้ว ถ้วยชามที่เป็นของโบราณไว้ใช้ประกอบฉาก ก็เป็นสิ่งที่มองแล้วสวยงามเพลินตาพอ ๆ กับความหล่อของ 2 นักแสดงนำเลย

อีกอย่างที่อยากจะบอกคือ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ คุณสยมภู มุกดีพร้อม ผู้กำกับภาพจากประเทศไทย ที่คว้ารางวัล Best Cinematography จากเวที Film Independent Spirit Awards 2018 และการันตีตัวหนังด้วยรางวัล Best Adapted Screenplay จากเวที Academy Awards หรือที่เรารู้จักกันในนาม Oscar นั่นเอง

call me by your name interior

คะแนนความน่าดู 8/10

คะแนนงานออกแบบ 8/10

 

The Favourite, 2018 Dir. Yorgos Lanthimos

The Favourite ว่าด้วยเรื่องราวในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ของสมเด็จพระราชินีแอนน์ ผู้ปกครองประเทศที่มีจิตไม่ค่อยปกตินัก และเลดี้ซาราสหายคนสนิท ด้วยการมาถึงของสาวใช้คนใหม่ที่มีแววว่าจะทำให้ราชินีพึงพอใจเธอเป็นอย่างมาก จึงเป็นเหตุให้มิตรภาพของเลดี้ซารากับราชินีมีอันต้องสั่นคลอน

หากเป็นเรื่องราวพระราชวังของประเทศอังกฤษแล้ว คงไม่ต้องพูดอะไรมากมายเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรม, งานออกแบบภายใน รวมถึงงานภูมิทัศน์ที่สวยงาม ไล่ตั้งแต่สวนโดยรอบ งานสถาปัตยกรรมที่ใช้ Hatfield House ใน Hertfordshire มาดัดแปลงเป็นพระราชวัง เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่แสดงถึงความโอ่อ่าตามฉบับในวัง และที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดคงเป็นงานออกแบบภายในที่ตกแต่งออกมาได้บรรยากาศของช่วงเวลานั้นได้อย่างตระการตา เช่น เตาผิง โคมไฟ ตู้ โต๊ะ เตียง กระเบื้อง ผนัง เชิงเทียน ชั้นวางหนังสือ รถม้า หน้าต่าง ภาพวาด และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังจัดเต็มทั้งทรงผมและเสื้อผ้า ที่เข้มข้นพอ ๆ กับบทหนังและการแสดงที่ต้องบอกว่ามีความเป็นละครไทยอยู่เนือง ๆ

เอาเป็นว่าหากใครชอบหนังสไตล์แย่งชิงแบบตลกร้ายที่สอดแทรกงานสถาปัตยกรรมอันสวยงาม ไม่ควรพลาดที่จะไปดูเรื่องนี้

the favourite interior

คะแนนความน่าดู 7/10

คะแนนงานออกแบบ 10/10

 

Her, 2013 Dir. Spike Jonze

เชื่อว่าหากใครได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ต้องหลงรักในความโรแมนติกของ Theodore และซึมซับความเหงาแบบสุด ๆ เพราะหนังเรื่องนี้ขึ้นชื่อว่า สร้างมาเพื่อคนเหงาโดยเฉพาะและเมื่อคุณดูจบ คุณจะเหงายิ่งกว่าเดิม

Her เล่าเรื่องราวในอนาคตของ Theodore นักเขียนการ์ดอวยพร ที่กำลังอยู่ในระยะทำใจหลังจากแยกทางกับภรรยา ซึ่งทำให้เขากลายเป็นคนที่เหมือนซึมเศร้า เขาจึงซื้อระบบ AI ที่เพิ่งออกใหม่มาใช้ และนั่นทำให้เขาพบกับ “Samantha” OS ที่แม้เขาจะได้ยินเพียงแค่เสียง แต่ช่วงชีวิตที่เหงา ๆ ไม่นานก็เริ่มตกหลุมรักคอมพิวเตอร์เข้าให้แล้ว

ด้านงานสถาปัตยกรรมต้องบอกว่า สวยงามทุกมุมมอง ในแง่ของโลกในอนาคตถือว่าไม่ดูเวอร์เกินจริง งานออกแบบภายในต้องถือว่าลงตัวกับความเหงาได้อย่างยอดเยี่ยม ที่ชอบที่สุดคือฉากหลังที่เป็นทิวทัศน์ของลอสแองเจลิสผสมผสานกับความเป็นเซี่ยงไฮ้นิด ๆ รวมทั้งงานด้านเทคโนโลยีที่ทำออกมาได้ล้ำสมัยเอามาก ๆ ถือเป็นหนึ่งในหนังโรแมนติกไซไฟที่ควรดูเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ความสุดยอดของหนังอยู่ที่การแสดงอันยอดเยี่ยมของ Joaquin Phoenix ที่ตีบทคนเหงาได้อย่างน่าสงสารและเสียงของ Scarlett Johansson ที่ชวนหลงรักเอามากเลยทีเดียว

Her Interior

คะแนนความน่าดู 9/10

คะแนนงานออกแบบ 8/10

 

The Great Gatsby, 2013 Dir. Baz Luhrmann

ตามติดชีวิตเศรษฐีผู้ลึกลับที่ชื่นชอบการจัดปาร์ตี้และดนตรีแจ๊สอย่าง Jay Gatsby พร้อมเรื่องราวของหลาย ๆ ตัวละครที่เข้ามาพัวพันกันในช่วงเวลานั้น ๆ

ต้องยอมรับว่า The Great Gatsby เป็นหนังที่ละเมียดละไมกับทุกสิ่งทุกอย่างจริง ๆ ทั้งเพลงประกอบที่เต็มไปด้วยความสนุกจากดนตรีแจ๊สที่จัดมาอย่างเต็มอิ่ม ควบคู่ไปกับการเล่าภาพของมหานครนิวยอร์ค ในยุคที่เงินตรามีค่ามากกว่าศีลธรรม

ถึงแม้ว่าในแง่ของฉากหลังจะมีการใช้ CG เข้าช่วยบ้าง แต่ก็ทำให้งานสถาปัตยกรรมในหนังไม่ได้ลดความยิ่งใหญ่แต่อย่างใด ครบเครื่องในทุก ๆ ด้าน ตั้งแต่งานออกแบบคฤหาสน์สุดหรูหราที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความเฟื่องฟูของนิวยอร์คในช่วงปี ค.ศ. 1922 หรือจะเป็นฉากที่ตัวเอกของเรื่องฝ่าฝนเพื่อมาพบกับคนรักเก่าด้วยเนื้อตัวเปียกโฉก ประดับดอกไม้งามตาเต็มไปหมด การตกแต่งภายในของเรื่องนี้ทำออกมายอดเยี่ยม งานภูมิทัศน์ก็ทำออกมาได้อย่างสวยงามแม้จะเป็น CG ก็ทำออกมาได้เนียนตา

ยอดเยี่ยม วิจิตรตระการตา แถมตัวบทหนังเองยังดึงความดราม่าออกมาได้ชนิดที่บ้างคนถึงกับเสียน้ำตากันเลยทีเดียว

the great gatsby interior

คะแนนความน่าดู 9.5/10

คะแนนงานออกแบบ 8.5/10

 

Crazy Rich Asians, 2018 Dir. Jon M. Chu

ถ้าดู The Great Gatsby แล้วชอบ ก็ไม่ควรพลาด Crazy Rich Asians เช่นกัน เป็นหนังที่ดัดแปลงจากนิยายขายดีชื่อเดียวกัน เล่าเรื่องของศาสตราจารย์สาวชาวนิวยอร์คที่ต้องมาพบกับครอบครัวของแฟนเธอ แต่เรื่องวุ่น ๆ เกิดขึ้นเมื่อเธอพบว่าแฟนของเธอเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ และแม่ที่ไม่ชอบเธอเอาเสียเลย

Crazy Rich Asians ใช้ฉากหลังเป็นคฤหาสน์ที่ตกแต่งได้ดูหรูหราเอามาก ๆ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ก็สมชื่อหนังเสียจริง ๆ ด้วยสไตล์หนังที่คล้ายกับ The Great Gatsby ที่ว่าด้วยเรื่องของคนรวย เพียงแต่หนังเรื่องนี้ใช้ช่วงเวลาที่เป็นปัจจุบันเลยทำให้ทุกอย่างดูเป็นเทคโนโลยีที่คนเข้าถึงได้ง่ายกว่า สถาปัตยกรรมและงานออกแบบภายในถือว่าทำออกมาได้สวยงามและหรูหราอีกด้วย เราจะได้ซึบซับวิถีคนรวยผ่านพระเอกของเรื่องอย่างแน่นอน

หากใครชอบดูหนังสไตล์โรแมนติกคอมเมดี้ก็ไม่ควรพลาด นอกจากเนื้อเรื่องสนุก ๆ สไตล์แม่ผัวลูกสะใภ้แล้ว ยังมีเรื่องของการแบ่งชนชั้นที่สะท้อนความเป็นจริงอันโหดร้ายในสังคมอีกด้วย

crazy rich asians interior

คะแนนความน่าดู 7/10

คะแนนงานออกแบบ 9/10

 

Nocturnal Animals, 2016 Dir. Tom Ford

ต้องบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้อาจจะดูยากไปสักนิดเพราะหนังเล่าเรื่องของ Susan แต่เป็น Susan ในสามเหตุการณ์ แบบสลับไปมา แบบแรกเป็น Susan ในปัจจุบัน แบบที่สองเป็นเรื่องในนิยายที่สามีเก่าแต่งและส่งมาให้อ่าน แบบที่สามเป็นเรื่องราวในอดีตของ Susan และสามีเก่าของเธอ

ด้านงานสถาปัตยกรรมและงานออกแบบ ถือว่าทำออกมาได้ดีเยี่ยม บ้านของ Susan แต่งตกในสไตล์โมเดิร์น โดดเด่นสุด ๆ ด้วยกระจกบานยักษ์ที่ครอบคลุมทั่วห้องนั่งเล่น ประตูทางเข้าบ้านที่ทำจากอลูมิเนียม ห้องทำงานที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หินอ่อนตัดกับผนังสีแดงได้อย่างลงตัว ห้องประชุมทรงกลมสีขาวที่ออกแบบได้สวยงาม สะดุดตาด้วยโซฟาสีขาวทั่วห้อง

ขอบอกเลยว่าหากใครชอบหนังแนวสืบสวนสอบสวน ระทึกขวัญ เล่าตัดสลับ ไม่ควรพลาดเป็นอันขาด แถมนักแสดงก็ต้องบอกว่าคุณภาพเน้น ๆ ทั้ง Amy Adams และ Jake Gyllenhaal เรียกได้ว่าแค่ดูการแสดงอย่างเดียวก็คุ้มค่าแล้ว บทหนังเรื่องนี้ก็ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม (แอบกระซิบว่ามีผลกระทบต่อจิตใจนิด ๆ)

nocturnal animals interior

คะแนนความน่าดู 9/10

คะแนนงานออกแบบ 7.5/10

 

American Psycho, 2000 Dir. Mary Harron

หนังแจ้งเกิดของพระเอกสุดหล่ออย่าง Christian Bale ที่ตีบทผู้บริหารโรคจิต เพียบพร้อมในทุก ๆ อย่าง และรสนิยมดีสุด ๆ จนคนอื่น ๆ อิจฉาเขา และสิ่งที่เขาชื่นชอบอีกอย่างหนึ่งคือการฆ่าผู้อื่นที่ดีกว่าเขา นั่นคือที่มาของ American Psycho ที่โด่งดังสุด ๆ ในปีนั้น

กลิ่นอายที่เป็นฉากหลังในปี 1980 ที่นิวยอร์คเป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งของงานออกแบบ แม้ว่าจะไม่ได้เห็นงานสถาปัตยกรรมสักเท่าไหร่ แต่การออกแบบภายในอพาร์ทเมนท์ของตัวเอก ก็เข้าใจถึงรสนิยมได้เลยว่าตัวเอกมีนิสัยอย่างไร ผนังสีขาวตัดกับชั้นวางของที่ทำจากเหล็ก เครื่องเสียงสเตอริโอ  โปสเตอร์ขนาดใหญ่ กล้องโทรทรรศน์ เตียงนอน โต๊ะหัวเตียง ชุดครัวที่ทำจากเหล็กทั้งชุด ที่สำคัญคือ ชุดเก้าอี้จาก Mies van der Rohe ที่มีดีไซน์สวยงามมากในยุคนั้น

หนังนำเสนอการเสียดสีสังคมยุคทุนนิยมในโลกของธุรกิจ มีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันในหมู่ของนักธุรกิจเพื่อการดำรงขีวิตและตำแหน่งขั้นสูงสุดของชีวิต เพื่อประโยชน์ของสังคม ค่านิยมเกี่ยวกับวัตถุนิยมที่เมื่อเห็นใครดีกว่าก็จะต้องหาทางที่ทำให้ตัวเองเด่นกว่า หนังตีแผ่แง่มุมนี้ออกมาได้ดีมาก ฉากที่เอาขวานจามเพื่อนก็ถูกยกเป็นฉากที่สยองขวัญเสียเหลือเกิน

american psycho interior

คะแนนความน่าดู 9.5/10

คะแนนงานออกแบบ 8/10

 

A Clockwork Orange, 1971 Dir. Stanley Kubrick

หนังที่ถ่ายทอดปัญหาสังคมได้อย่างเหนือชั้น ถูกกล่าวขานกันมาอย่างยาวนานถึงความสยดสยองในฉาก “ดัดนิสัย” และติดอันดับ 1 ใน 100 หนังที่ควรดูก่อนตายด้วย (อ้างอิงจาก IMDb) ตัวหนังเล่าเรื่องราวของโลกอนาคตในประเทศอังกฤษ ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายยุ่งเหยิง เต็มไปด้วยภัยสังคม เล่าถึงความป่าเถื่อนของ Alex และผองเพื่อน ชอบใช้ความรุนแรง ทำลายล้าง ทำร้ายผู้คน ไปจนถึงการลงมือฆาตรกรรม

หากใครที่ดูงานของ Kubrick บ่อย ๆ คงจะคุ้นชินกับการงานออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์สุด ๆ สำหรับ A Clockwork Orange หลายฉากถ่ายทำในบ้านจริง ๆ อย่างบ้านที่ใช้ทำลายข้าวของ ก็เป็นงานออกแบบบ้านของ Hertfordshire property ชื่อว่า Skybreak หรือห้องพักในบ้านของตัว Alex เองก็ออกแบบได้เข้าใจถึงจิตสำนึกและนิสัยของผู้อาศัยเลย เป็นสัญญะแฝงที่ทำให้สไตล์หนังของ Kubrick โดดเด่นเอามาก ๆ นอกจากนี้ยังมีฉากดื่มนมในผับสุดเพี้ยน ฉากที่พูดถึงอย่างมากในช่วงนั้น ที่ใช้หุ่นผู้หญิงเป็นโต๊ะวางของ นอกจากงานภาพงานออกแบบจะเจ๋งแล้ว เพลงประกอบในหนังยังเลือกออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน

a clockwork orange interior

เป็นเวลาเกือบ 50 ปีแล้ว หลังจากหนังเรื่องนี้ได้ฉาย แต่ยังคงมีความทันสมัย มีเนื้อเรื่องที่ไม่ว่าจะดูตอนไหน การเล่าเรื่องและการตัดต่อ รวมถึงประเด็นสังคม การเมือง ความรุนแรง ก็ยังคงเป็นปัจจุบันไม่ว่าคุณจะเปิดเรื่องนี้ดูในปีไหนก็ตาม นี่เป็นเหตุผลที่คุณควรจะดู A Clockwork Orange สักครั้งในชีวิต

a clockwork orange interior_2

คะแนนความน่าดู 10/10

คะแนนงานออกแบบ 9/10

 

Midsommar, 2019 Dir. Ari Aster

เรื่องสุดท้ายขอกล่าวก่อนว่ามีฉากรุนแรงแบบ 20+ เลย หากใครยังจำฉากเสาไฟฟ้าใน Hereditary ได้ น่าจะเข้าใจถึงความสยองขวัญที่ Ari Aster มอบให้ได้ คราวนี้เขากลับมาพร้อมกับความสยองรูปแบบใหม่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความพาสเทลของโทนสี

Midsommar ว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นที่ไปเที่ยวในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่จัดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเกิดขึ้นทุก ๆ 90 ปี ในช่วงพิธีกรรม พระอาทิตย์จะไม่ตกดินเลย ดินแดนแห่งนี้ดูเหมือนจะสดใส แต่เรื่องราวสุดแปลกประหลาดและชวนขนหัวลุก กำลังจะเกิดขึ้นในหมู่บ้านแห่งนี้

Midsommar landscape

หนังเรื่องนี้อัดแน่นไปด้วยความงดงามด้านงาน Landscape ซึ่งจำลองหมู่บ้านเหล่านี้ได้สดใส เขียวขจี ด้านงานสถาปัตยกรรม กลุ่มอาคารต่าง ๆ ทำออกมาได้แปลกแต่สวยงามอย่างน่าประหลาดใจ ซุ้มประตูทางเข้าที่สวยงามกลับแฝงไปด้วยนัยยะที่บ่งบอกถึงเรื่องราวภายในหมู่บ้าน เรือนนอนที่แฝงไปด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่น่าสะพรึงกลัวแต่ก็ดูสวยงามในเวลาเดียวกัน โรงนาในหนังก็ได้รับการออกแบบในสไตล์โรงนาเก่า ๆ ของประเทศสวีเดน งานคอสตูมก็ทำออกมาได้น่ารักสดใส ขัดแย้งกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในหนังเสียจริง

ดูตัวอย่างหนังแล้วก็อย่าพึ่งเชื่อทั้งหมดที่เห็น เพราะความสยดสยองถูกซ่อนไว้อย่างมากมาย ยังมีแบบฉบับ Director’s Cut ที่เพิ่มเวลามาอีก 45 นาที ที่สยองกว่าเดิม ขนลุกกว่าเดิมให้ชมกัน คอหนังโหดไม่ควรพลาด ผมเกริ่นนิด ๆ ว่า เปิดมาต้นเรื่องก็หลอนแล้ว

midsommar interior

คะแนนความน่าดู 10/10

คะแนนงานออกแบบ 9.5/10

 

ทั้งหมดเป็น 10 เรื่องที่เข้มข้นทั้งบทหนัง จัดจ้านในด้านงานสถาปัตยกรรม งานออกแบบภายใน รวมถึงงาน Landscape ที่สำคัญคือหนังแต่ละเรื่องมีโทนหนังที่ต่างกันพอสมควร ยิ่ง 4 เรื่องท้ายนี้ ต้องบอกว่าสุดยอดมาก ๆ ใครที่ดูเรื่องไหนจบแล้วก็คอมเมนท์กันเข้ามาได้ว่าชื่นชอบเรื่องไหนเป็นพิเศษ หรือมีเรื่องอื่น ๆ นอกจากนี้ก็แบ่งปันกันได้ ในส่วนของคะแนนที่ผมให้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวที่ผมมีต่อหนัง หากไม่ตรงใจท่านใด ก็ต้องอภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ขอให้สนุกกับการดูหนัง

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

10 movies with striking interior design to watch under lockdown