โค้ก ได้เริ่มต้นการจัดการกับมลพิษที่เกิดจากพลาสติก โดยให้นิยามสุดเท่คือ “การก้าวถอยหลังครั้งใหญ่เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งเป้าหมายของโค้กคือการลดพลาสติกบริสุทธิ์ลง 20 เปอร์เซ็นต์

โดย 20 เปอร์เซ็นต์ที่ โค้ก จะลดลง จะเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตได้ถึงปีละ 20,000 ตัน หรือเทียบเท่ากับการนำรถยนต์จำนวน 2,120 คัน ออกจากถนนเป็นเวลา 1 ปีเลยทีเดียว

หนึ่งในสาเหตุที่โค้กได้หันมาใส่ใจกระบวนการผลิตนี้ คงเป็นการที่โค้กได้ถูกกล่าวหาจากนักสิ่งแวดล้อมว่าเป็น “ผู้ร้ายก่อมลพิษจากพลาสติกมากที่สุดในโลก” ซึ่งข้อเท็จจริงนี้อาจเป็นเรื่องจริงก็เป็นได้ เพราะใน 1 วินาที โค้กได้ผลิตขวดพลาสติกมากถึง 3,400 ขวด โดยผู้ที่ออกมาพูดเรื่องนี้คือ Katie Treggiden หญิงสาวผู้เขียนหนังสือ Wasted: When Trash Becomes Treasure

Richard Hutten นักออกแบบผู้ซึ่งเคยพูดถึงมลพิษจากพลาสติกในอดีต กล่าวถึงนโยบายของโค้กได้น่าสนใจ “โค้กกำลังพยายามทำธุรกิจของตัวเอง ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น พวกเขาระบุว่าจะลดการใช้พลาสติกปีละ 20 เปอร์เซ็นต์ นั่นฟังดูดี แต่มลพิษจากพลาสติกจะไม่ลดลงเลย และยังก่อปัญหาให้กับโลกเหมือนเดิม”

ด้าน Emma Priestland จากองค์กร Break Free From Plastic ออกมาพูดว่า “โค้กควรจะต้องทำให้มากกว่านี้เพื่อเปลี่ยนสถานะที่ถูกกล่าวหาว่า ‘ผู้ก่อมลพิษจากพลาสติกอันดับต้น ๆ ของโลก’ เป็นอย่างอื่น เพื่อภาพลักษณ์องค์กร รวมถึงสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่ทรุดลงทุก ๆ ปี

“เป็นเวลากว่า 3 ปี ติดต่อกันที่อาสาสมัครเก็บขยะตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก ได้พบเจอขยะจากโค้กมากกว่ายี่ห้ออื่น ๆ (อ้างอิงจาก https://www.breakfreefromplastic.org/brandaudittoolkit/)”

เดือนนี้ทางโค้ก จะเริ่มใช้ขวดที่ทำจาก  Polyethylene Terephthalate (rPET) ที่สามารถรีไซเคิลได้ ออกจำหน่ายในบางรัฐของสหรัฐอเมริกา รวมถึงการเปิดตัวโค้กขนาดใหม่ 13.2 ออนซ์ ถือเป็นก้าวแรกของพันธกิจจากโค้ก ที่จะหันมาใช้วัสดีไซเคิลในการผลิตขวดและกระป่องให้ได้อย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2030 ซึ่งนานกว่าแบรนด์น้ำดื่ม Evian ที่จะใช้พลาสติกรีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2025

“การที่โค้กหันมาใช้ rPET ก็เป็นเรื่องน่ายินดี แต่การผลิตขวดโค้กขนาดเล็กมานั้น อาจสร้างขยะมากกว่าเดิม และก่อให้เกิดผลเสียกับธรรมชาติในแง่ของผู้บริโภคที่ไร้จิตสำนึก การใช้วัสดุรีไซเคิลของโค้กอาจไม่ได้ผลเลย หากผู้บริโภคเลือกที่จะไม่ทิ้งขยะให้ลงถัง แต่ทิ้งตามจิตสำนึกของตัวเอง” Emma Priestland กล่าวปิดท้าย

พลาสติกยังคงเป็นภัยร้ายที่ส่งผลกับสิ่งแวดล้อมโดยตรง ทั้งด้านการผลิต การใช้งาน การหันมาให้วัสดุที่รีไซเคิลได้ถือเป็นเรื่องที่ดี หากแต่จิตสำนึกเราก็ควรที่จะพัฒนาตาม อย่าคิดว่าเปลือกลูกอมเล็ก ๆ จะไม่ส่งผล หาก 1 คนทิ้ง ก็เกิด 1 ขยะ ถ้า 1 ล้านคนทิ้ง ก็เกิด 1 ล้านขยะ ฉะนั้นแล้ว ร่วมกันทิ้งขยะให้ลงถัง เพื่ออนาคตที่ดีกว่าและเยียวยาธรรมชาติให้กลับมาดียิ่งขึ้น

FACT: Break Free From Plastic พบว่า โค้ก , เป๊ปซี่ และ เนสท์เล่ เป็นท็อปลิสส์ บริษัทที่สร้างขยะจากพลาสติกมากที่สุดในโลก โดยในเดือนธันวาคม 2020 มีอาสาสมัคร 15,000 คนใน 55 ประเทศ พบขยะพลาสติกจากสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดเป็นจำนวน 346,494 ชิ้น และ 13,834 ชิ้นมาจากโค้ก ซึ่งมากกว่า ขยะจากเป๊ปซี่และเนสท์เล่รวมกันเสียอีก

 

Source

https://www.dezeen.com/2021/02/09/coca-cola-recycled-plastic-bottles-pollution/

https://www.dezeen.com/2020/12/08/coca-cola-pepsi-nestle-plastic-pollution-break-free-from/

https://www.breakfreefromplastic.org/brandaudittoolkit/

https://www.dezeen.com/2020/07/21/evian-label-free-water-bottle-recycled-plastic/