เดวิด มาร์ค คือใคร?

เขาคือผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทสถาปัตย์ MARK BARFIELD ARCHITECS

เขาคือ 1 ในสถาปนิกผู้ออกแบบและผลักดันโครงการ London Eye หนึ่งในสัญลักษณ์ของกรุงลอนดอน

เขาคือ 1 ในสถาปนิกผู้ออกแบบ British Airways i360 หอสังเกตุการณ์ที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

และเขาคือสามีผู้เป็นที่รักของภรรยา

เดวิด มาร์ค คือสถาปนิกชาวสวีเดน เขาเกิดในปี1952 ที่เมืองสต็อคโฮม  แต่ต้องย้ายที่อยู่ไปยังกรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เขาได้ใช้ชีวิตวัยเด็กและเติบโตที่นั่น จนเมื่อเขาอายุ 20 ปี เขาชนะเลิศการแข่งขันของสมาคมสถาปัตยกรรม และได้ย้ายมายังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่ที่เขาได้พบกับ จูเลีย บาร์ฟิลด์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท MARK BARFIELD ARCHITECS  และเป็นคู่ชีวิตของเขา ทั้งคู่เริ่มจากการทำงานร่วมกัน และตัดสินใจแต่งงานกันในปี 1981 และได้ร่วมก่อตั้งบริษัทสถาปัตย์ MARK BARFIELD ARCHITECS ในปี 1987

เดวิดและจูเลียเริ่มดำเนินโครงการ London Eye หลังจากได้ส่งงานออกแบบเข้าประกวดใน Sunday Time Ideas competition ซึ่งนอกจากออกแบบโครงสร้างแล้ว พวกเขายังทั้งหาพื้นที่สำหรับก่อสร้าง และยังจำนองบ้านของพวกเขาเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายสำรองในโครงการอีกด้วย

โครงการ London Eye ประสบความสำเร็จอย่างสูง มันได้กลายเป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลกในช่วงเวลานั้น  และได้กลายเป็นต้นแบบของแลนด์มาร์คอื่นทั่วโลก ทั้ง Singapore Flyer ในประเทศสิงคโปร์ หรือ the Star of Nanchang ในประเทศจีน

และยังทำให้มาร์คและจูเลียได้รับผิดชอบโครงการหอสังเกตุการณ์ British Airways i360 ในเมืองไบรท์ตันอีกด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่โด่งดังของอังกฤษ

เดวิดได้เสียชีวิตลงในวันที่ 6 ตุลาคม 2017 หลังจากเจ็บป่วยมายาวนาน

“เดวิดเชื่อว่า พลังของสถาปัตยกรรมสามารถเปลี่ยนชีวิตของผู้คนได้ ทำให้เขาไม่รู้สึกกลัวในการเข้ารับโครงการใดๆ ด้วยความมุ่งมั่นของเดวิด และการสนับสนุนของจูเลีย ทั้งการช่วยเหลือเรื่องเกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเงินของแต่ละโครงการ ทั้งการทุ่มเทเวลาและน้ำพักน้ำแรงให้แก่แต่ละโครงการ ทำให้พวกเขาเดินมาถึงจุดนี้” คำแถลงจากบริษัท MARK BARFIELD ARCHITECS ต่อการเสียชีวิตของผู้ก่อตั้ง

ในปัจจุบัน ผลงานการออกแบบของเขาทั้ง London Eye หรือ British Airways i360 ต่างก็เป็นแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวหลงรัก และสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้แก่ประเทศ ที่สำคัญ มันได้สร้างแรงบันดาลใจแก่ผลงานออกแบบในเจนเนอเรชั่นต่อไป

และ London Eye ก็คงเป็นอนุสาวรีย์ที่ให้เราได้คิดถึงเขา

source:dezeen