การพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์นั้น มีหลากหลายแนวทางให้เลือกตามการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการที่เหมาะสมกับทำเลที่ตั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายอาจเน้นทางด้านการพัฒนาโครงการที่พักอาศัย บ้างก็อาจเน้นทางด้านโรงแรมและรีสอร์ท หรือบ้างก็อาจเน้นด้านอาคารพาณิชย์ แต่สำหรับ ‘สินธรณี พร็อพเพอร์ตี้’ แล้ว กลับมุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่มีความแตกต่างและหลากหลายต่างกันไป โดยเน้นเป็นโครงการคุณภาพที่ตอบโจทย์ความพึงพอใจของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นสูงสุด

บริษัท สินธรณี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เริ่มต้นด้วยการเป็นฝ่ายดูแลทรัพย์สินเกี่ยวกับที่ดินและอาคารของบริษัทในเครือ
กลุ่มไทยรุ่งฯ กรุ๊ป มาเป็นเวลานาน ต่อมาจึงได้ต่อยอดธุรกิจกลายเป็นบริษัทพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งได้ดำเนินธุรกิจภายใต้การพัฒนาโครงการที่มีความแตกต่างและหลากหลาย อาทิ อาคารสำนักงานให้เช่า ศูนย์การค้า โรงแรมและรีสอร์ท รวมทั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดและบริหารงานขาย-ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจที่เน้นคุณภาพของโครงการและความพึงพอใจให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นหลัก ด้วยประสบการณ์การทำงานด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มายาวนาน

ด้วยวิสัยทัศน์ของทีมผู้บริหารที่มีความมุ่งมั่นในความเป็นนักพัฒนา โดยการนำทีมบริหารของคุณวุฒิชัย เผอิญโชค กรรมการผู้จัดการ กอปรกับการมีมุมมองในการวางแผนดำเนินงานด้านธุรกิจที่ดินให้เกิดมูลค่าเพิ่ม จากการพัฒนาโครงการต่างๆ ด้วยความหลากหลายตามแต่ลักษณะทำเลและศักยภาพของที่ดินนั้นๆ รวมถึงการมองเห็นช่องว่างทางการตลาดและโอกาสความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์เหล่านั้นให้เกิดประโยชน์และความพึงพอใจสูงสูดต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยดำเนินธุรกิจภายใต้ความซื่อสัตย์และความจริงใจ คำนึงถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งต่อธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จึงผลักดันให้สินธรณี พร็อพเพอร์ตี้ เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่มีความหลากหลายและได้รับความไว้วางใจมาโดยตลอด

The Sea Koh Samui - 1
โครงการ The Sea Koh Samui Boutique Resort & Residences

บาลานซ์ความแตกต่าง

กว่า 9 ปีที่ผ่านมา สินธรณีได้มีการดำเนินงานที่หลากหลาย ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปีพ.ศ. 2547 ก็มีการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์มาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งงานพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจให้เช่าพื้นที่อาคารสำนักงาน ธุรกิจบริการสำนักงานสำเร็จรูป ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท ธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์และธุรกิจโกดังเก็บสินค้าให้เช่า รวมทั้งให้บริการที่ปรึกษาด้านการตลาดและบริหารงานขาย-ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย

ทั้งนี้ คุณวุฒิชัยได้บอกเล่าถึงการเดินทางตลอดเวลา 9 ปีของสินธรณีให้ฟังว่า “สำหรับสินธรณี เราเริ่มต้นจากการเป็นฝ่ายทรัพย์สินของบริษัทในกลุ่มไทยรุ่งฯ กรุ๊ปมาก่อน ดังนั้นจุดเริ่มต้นดำเนินงานและรูปแบบของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของเราจึงอาจแตกต่างจากรายอื่น ๆ เนื่องจากเราเน้นพัฒนาที่ดินที่เราเป็นเจ้าของ หรือ Land Bank ในครอบครองเป็นสำคัญ โดยเลือกที่จะศึกษาความเป็นไปได้ของทำเลที่ตั้งในบริเวณนั้น ๆ ว่าเหมาะสมกับโครงการ
อะไรได้บ้าง และจะตอบสนองต่อชุมชนให้ตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างไร ซึ่งในที่ดินแต่ละทำเลก็จะมีความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการที่แตกต่างกันออกไป เช่น ในพื้นที่บนเกาะสมุยหรือจังหวัดภูเก็ต ที่มีธุรกิจการท่องเที่ยวจำนวนมาก เราก็จะพัฒนาโครงการโรงแรมและรีสอร์ทขึ้น หรือพื้นที่ในย่านธุรกิจใจกลางเมืองอย่างสุขุมวิท เราก็พัฒนาโครงการอาคารสำนักงานให้เช่าหรือให้บริการสำนักงานสำเร็จรูปขึ้นมา หรือพื้นที่ย่านชานเมืองที่เป็นแหล่งชุมชน เราก็พัฒนาโครงการ
คอมมูนิตี้มอลล์ขึ้น เพื่อตอบโจทย์ให้แก่คนในพื้นที่นั้น ๆ เป็นต้น

PHOT1015
คุณวุฒิชัย เผอิญโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท สินธรณี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด

โดยแนวทางในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของเราจะเน้นการพัฒนาโครงการในรูปแบบให้เช่าเป็นหลัก ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันเรามีโครงการที่หลากหลาย อาทิ ในปีพ.ศ. 2551 เราได้พัฒนาโครงการประเภทโรงแรมและรีสอร์ทขึ้น ในชื่อ The Sea Koh Samui Boutique Resort & Residences เป็นรีสอร์ทหรูระดับห้าดาวที่มีความหรูหราและเป็นส่วนตัว ในบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลายในแบบบ้านพักอาศัย ที่เป็นมากกว่าห้องพักของโรงแรม ประกอบด้วย ห้อง Deluxe จำนวน 22 ห้อง และวิลล่า 8 หลัง พร้อมวิวทะเลและในปี พ.ศ. 2553 ก็มีการพัฒนาโครงการ Sawaddi Patong Resort & Spa ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นโครงการโรงแรมอีกแห่งหนึ่งในระดับสี่ดาว ที่มีการออกแบบตกแต่งในสไตล์ชิโนโปรตุกีส อันเป็นสถาปัตยกรรมตามแบบท้องถิ่นของภูเก็ตที่ผสมผสานกับบรรยากาศผ่อนคลายได้อย่างลงตัว โดยหลักในการพัฒนาโครงการประเภทโรงแรมและรีสอร์ทของเราจะเน้นเป็น Resort Destination เน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับทำเลที่ดินของเราเช่นกัน

ในระหว่างนั้นเราก็ได้มีการพัฒนาโครงการประเภทอื่น ในทำเลอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน อย่างในปีพ.ศ. 2552 ที่เราเริ่มดำเนินธุรกิจประเภทอาคารสำนักงานให้เช่า The Trendy Office Building โดยมีทำเลอยู่ในย่านสุขุมวิท ซึ่งเป็นแหล่งธุรกิจใจกลางเมือง โดยได้กระแสตอบรับที่ดีมาก จึงทำให้เราต่อยอดธุรกิจบริการสำนักงานสำเร็จรูปและออฟฟิศเสมือนจริงให้เช่า Biz-Concierge (The Terrace Suite) และ Biz-Concierge (The Olympic Suite) ตามมาภายหลังด้วย เนื่องจากความต้องการของตลาดสำนักงานให้เช่าเริ่มเปลี่ยนไป เพราะรูปแบบบริษัทยุคใหม่เน้นการเป็น SME มากขึ้น มีจำนวนพนักงานที่น้อยลง จึงไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่สำนักงานขนาดใหญ่เหมือนแต่ก่อน

นอกจากนี้เราเป็นเจ้าของที่ดินตามแถบชานเมือง เช่นที่ดินในย่านเพชรเกษม (ซอย 69) ซึ่งเราก็นำมาพัฒนาและศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการว่าในละแวกนี้จะสร้างเป็นโครงการประเภทใดบ้าง ซึ่งจากการศึกษาความเป็นไปได้ในระยะรัศมี 5 กิโลเมตร เราพบว่ายังมีช่องว่างทางการตลาดอยู่มาก เพราะใกล้แหล่งชุมชนและมีความต้องการสถานที่สำหรับจับจ่ายซื้อของ ร้านค้า ร้านอาหาร และซุปเปอร์มาเก็ตอยู่ เราจึงสรุปออกมาเป็นโครงการ Victoria Gardens คอมมูนิตี้มอลล์บนพื้นที่กว่า 20 ไร่ เพื่อตอบโจทย์ชุมชนและผู้ที่อาศัยในย่านนี้ ซึ่งเป็นศูนย์รวมร้านค้าและร้านอาหารกว่า 80 ร้าน พร้อมทั้งซุปเปอร์มาเก็ต Foodland อีกทั้งยังเป็นแหล่งกิจกรรมไลฟ์สไตล์อีกด้วย โครงการได้รับการออกแบบตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นในสไตล์แบบโมเดิร์นยุโรเปี้ยน ในบรรยากาศของสวนสีเขียวที่ให้ความสดชื่นและผ่อนคลายแก่ผู้มาเยือน แม้ Victoria Gardens จะเปิดโครงการไปไม่นานนักก็ได้รับกระแสตอบรับจากคนในชุมชน เพราะที่นี่เรามีร้านค้าที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วย และท้ายสุดเรายังมีโครงการ Center Warehouse ซึ่งเป็นโกดังเก็บสินค้าให้เช่าและพื้นที่ว่างเปล่าที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคพื้นฐานในทำเลแถวอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าด้านอุตสาหกรรม”

“จากประสบการณ์ร่วมสิบปีที่
ผ่านมา เราได้ผ่านร้อนผ่านหนาว
ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติ
ต่าง ๆ มามาก และเราก็สามารถ
ฟันฝ่ามาได้ ดังนั้นเราจึงเชื่อมั่น
ว่าในอนาคต ผลงานโครงการ
ของเราจะมีความหลากลายและ
คุณภาพที่ดียิ่งขึ้น”

การต่อสู้ สู่ก้าวต่อไป

การเริ่มต้นของ ‘สินธรณี’ ในวันแรกที่เริ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นอาจเปรียบเสมือนมือใหม่หัดขับ เพราะยังไม่มีประสบการณ์ในการทำโครงการต่าง ๆ มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมและรีสอร์ท หรือสำนักงานสำเร็จรูปให้เช่า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือแม้แต่โกดังเก็บของให้เช่า แต่เวลากว่า 9 ปีก็ทำให้ค่อย ๆ เรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ ซึ่งล้วนแต่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการเติบโตในอนาคต

“อันที่จริงเราเริ่มต้นดำเนินโครงการจากสิ่งที่ยากมาก่อนเพราะเราเน้นการพัฒนาโครงการในรูปแบบให้เช่าเป็นหลัก
ดังนั้นในการบริหารโครงการก่อสร้างและการบริหารอาคารจึงค่อนข้างซับซ้อน โดยเฉพาะคอมมูนิตี้มอลล์ ซึ่งมีคำกล่าวหนึ่งที่ว่า ‘Retail is Details’ เพราะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ซับซ้อนหลายสิ่ง หรือจะเป็นโครงการโรงแรมและรีสอร์ทซึ่งเป็นธุรกิจบริการก็มีความซับซ้อนค่อนข้างมากเช่นกัน แต่จากประสบการณ์กว่าสิบปีที่ผ่านมา เราได้ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติต่าง ๆ มามาก และเราก็สามารถฟันฝ่ามาได้ ดังนั้นเราจึงเชื่อมั่นว่าในอนาคต ผลงานโครงการของเราจะมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยจะพัฒนาให้มีความเป็น Mixed-uses ที่มีทั้งโรงแรมสำนักงาน คอนโดมิเนียม หรือคอมมูนิตี้มอลล์รวมกัน เพราะเรามีเครือข่ายและสายป่านจากประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการประเภทต่าง ๆ ที่ผ่านมาแล้ว

_Victoria Gardens1
โครงการ Victoria Gardens

ทั้งนี้ ภายใต้การแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เรายังวางแผนที่จะพัฒนาโครงการในรูปแบบของการขายอสังหาริมทรัพย์ (Freehold) ด้วยเช่นกัน เช่น โครงการบ้านพักอาศัยและโครงการคอนโดมิเนียม เพื่อเป็นการต่อยอดการเติบโตทางธุรกิจและเป็นการบาลานซ์รูปแบบการลงทุนให้ครอบคลุมในทุกกลุ่มมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเรายังเล็งที่จะหาซื้อที่ดินในทำเลที่เหมาะสมเพิ่มเติม เพื่อการลงทุนพัฒนาโครงการในอนาคตด้วยเช่นกัน

และในก้าวต่อไป เมื่อมองถึงโอกาสในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC โดยหลักการผมยังเชื่อว่าอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยยังเป็นธุรกิจเฉพาะที่คนไทยรู้ใจคนไทยด้วยกัน เพราะบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยย่อมเข้าใจวัฒนธรรมและวิถีการใช้ชีวิตของคนไทยด้วยกันได้ดีกว่า สามารถพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์และรองรับความต้องการของคนไทยได้ดีที่สุด โดยเฉพาะโครงการที่พักอาศัยและแหล่งไลฟ์สไตล์ หากเป็นโครงการโรงแรมและรีสอร์ท ซึ่งส่วนใหญ่ตอบสนองนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก มักจะเน้นรูปแบบมาตรฐานของแบรนด์โรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากกว่า ก็อาจจะเป็นโอกาสของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติได้ หรือหากมองในมุมกลับกันการเปิด AEC ก็เป็นโอกาสอันดีที่เราจะก้าวไปลงทุนพัฒนาโครงการในต่างประเทศกับเขาบ้าง สินธรณีเองก็อาจจะมีการขยายธุรกิจด้านโรงแรมไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในภูมิภาคนี้ หรือลงทุนด้านสำนักงานสำเร็จรูปให้เช่าสำหรับนักธุรกิจไทยที่ไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นไปได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นโอกาสและแผนงานในการเติบโตของบริษัทเราด้วย แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นกับจังหวะที่เหมาะสมและความพร้อมของเราด้วยเช่นกัน”

นิตยสาร Builder Vol.35 SEPTEMBER 2016