บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักกันในนาม ‘ยิปรอค’ บริษัทผู้ผลิตยิปซัมรายแรกของประเทศไทย ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ยิปซัม ฝ้า เพดาน และผนัง มายาวนานกว่า 48 ปี ตอบรับการเข้าร่วมงานสถาปนิก’60 เป็นปีที่ 2 หวังตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายพร้อมสร้างการรับรู้ (Brand Awareness)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

คุณกิตติ พัฒนวศิน ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) ภายใต้แบรนด์ยิปรอค เล่าว่า บริษัทดำเนินธุรกิจฝ้า เพดาน ผนัง ยิปซัม และโครงคร่าวเหล็ก รวมถึงปูนฉาบยิปซัมและปูนฉาบรอยต่อ ทั้งยังให้บริการด้านโซลูชั่นส์ต่าง ๆ ทั้ง bedroom solution, bathroom solution และในส่วนของ home theater solution ซึ่งนำมาปรับใช้กับส่วนต่าง ๆ ภายในบ้าน หรือในส่วนของอินทีเรียดีไซน์ นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ที่ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ภายในบ้านสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของอากาศ ความร้อน และเสียง

คุณกิตติ เล่าต่อไปว่า “สินค้าของยิปรอคไม่ได้มีดีแค่ความหลากหลายของสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นสินค้าที่มีความปลอดภัย เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากเขียว ของประเทศไทย ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย และยังสามารถนำไปรีไซเคิลได้ ได้รับมาตรฐาน มอก.219-2552, ฉลากเขียว TGL-49-10, British Standard BSEN 520:2004 +A:2009, European Standard EN520-Type A, American Standard ASTMC 1396-Section 5 โดยขั้นตอนการผลิตนั้นจะเป็นการนำแร่ยิปซัมมาทำเป็นแผ่นยิปซัม ซึ่งมีความแข็งแรงเทียบเท่ากับอิฐบล็อกและอิฐมอญ ฝ้าเพดานที่ผลิตออกมาก็มีความแข็งแรงและช่วยทำให้อากาศในบ้านเย็นสบายขึ้น รวมทั้งช่วยดูดซับเสียงได้ดีอีกด้วย”

สำหรับผลิตภัณฑ์เด่น ๆ ที่ยิปรอคนำมาจัดแสดงภายในงานสถาปนิก’60 ได้แก่ Gyproc Habito และแผ่น Glasroc H OCEAN เพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ ‘Baan Baan: Reconsidering Dwelling’ ตอบสนองทุกความต้องการภายในบ้านได้อย่างลงตัว อย่างผลิตภัณฑ์นวัตกรรม Gyproc Habito ที่ถูกนำเสนอในรูปแบบที่สามารถปรับใช้ได้จริงภายในบ้าน เผยให้เห็นถึงความสามารถในการรับน้ำหนักของเครื่องใช้ในครัวเรือน ความสามารถในการกันเสียง กันกระแทก รวมไปถึงความแข็งแรงของตัวผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับน้ำหนักได้มาก ซึ่ง Gyproc Habito จะมีความแข็งแรงสูง มากกว่าแผ่นยิปซัมทั่วไปถึง 5 เท่า มีค่ากันเสียงได้ประมาณ 30-40 เดซิเบล และสามารถรับน้ำหนักต่อสกรู 1 จุดได้ถึง 15 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังมี Glasroc H OCEAN แผ่นยิปซัมสำหรับใช้ในพื้นที่เปียกชื้น เช่น ในห้องน้ำ และห้องครัว มีการเคลือบด้วยแก้วที่มีคุณสมบัติกันชื้นและเชื้อรา ต่างจากแผ่นยิปซัมทั่วไปที่เคลือบด้วยกระดาษทั้งสองข้าง

ทิศทางการตลาดของยิปรอค จะเน้นกลุ่มเป้าหมายไปที่สถาปนิก นักออกแบบ มัณฑนากร นักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มสถาปนิกที่สามารถนำสินค้าของยิปรอคไปใช้เพื่อตอบโจทย์ตามความต้องการของตนได้ ซึ่ง คุณกิตติได้ชี้แจงถึงกลุ่มลูกค้าของยิปรอคว่า “สถาปนิกส่วนใหญ่ จะเน้นเรื่องคุณภาพสินค้าและนวัตกรรมเป็นหลัก ก่อนจะเลือกสินค้านั้น ๆ ไปใช้กับงานของตน ซึ่งสินค้าของเราก็ช่วยตอบโจทย์ในเรื่องนวัตกรรมได้เป็นอย่างดี เช่น นวัตกรรมในเรื่องของการกันเสียง ทนไฟ กันความร้อน อย่างแผ่นยิปซั่มกันร้อนเทอร์มัลไลน์ ซึ่งสามารถป้องกันความร้อนจากภายนอกได้และช่วยประหยัดไฟได้ถึง 30% ได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่า กลุ่มเป้าหมายของยิปรอคนั้น ตรงกับกลุ่มเป้าหมายหลักของผู้ชมงานสถาปนิก ซึ่งนับเป็นแรงผลักดันให้ยิปรอคตัดสินใจเข้าร่วมงานสถาปนิกในครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เหล่าสถาปนิกหรือกลุ่มผู้ชมงานรับรู้และเข้าใจในตัวสินค้าของยิปรอคและนำไปปรับใช้ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตน ยิ่งไปกว่านั้น ในแง่ของผลิตภัณฑ์สีเขียว ผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว (LEED rating levels) ก็ยังเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มยิปรอค ซึ่งช่วยตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการในส่วนนี้ได้” คุณกิตติ กล่าวปิดท้าย

มาร่วมอัพเดทผลิตภัณฑ์นวัตกรรม พร้อมชมสินค้าคุณภาพจากยิปรอค ได้ที่งานสถาปนิก’60 ระหว่างวันที่ 2-7 พฤษภาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี