เปิดแผน 5 ปี ‘สยามพิวรรธน์’ ปูพรมสู่ผู้นำแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์

0
33

การเปิดตัวไอคอนสยาม (ICONSIAM) เมื่อปลายปีที่ผ่านมานับเป็นปรากฏการณ์ที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ไปอีกขั้นในฐานะผู้พัฒนาธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่ม “สยามพิวรรธน์” หลังจากได้สร้างความสำเร็จมาแล้วกับโครงการที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่

ในโอกาสที่บริษัทกำลังก้าวสู่ปีที่ 60 แม่ทัพใหญ่ของธุรกิจ ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ได้แถลงทิศทางองค์กรในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยย้ำจุดยืนในการเป็นผู้นำแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ผ่านกลยุทธ์ 6 ด้านหลัก

กลยุทธ์แรกคือเดินหน้าสร้างโครงการระดับโลกทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่การขับเคลื่อนโครงการวันสยาม (OneSiam) ผนึกกำลังสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้ลูกค้า รวมถึงการเปิดตัว River Museum Bangkok พิพิธภัณฑ์มาตรฐานระดับสากลที่นำผลงานศิลปะล้ำค่าจากต่างประเทศมาจัดแสดง

“กลางปีนี้เรายังมีการเปิด True Icon Hall ศูนย์ประชุมพร้อมนวัตกรรมรูปแบบใหม่บนพื้นที่กว่า12,000 ตารางเมตร มีทั้งหมด 3,000 ที่นั่ง ซึ่งเราไม่มีคู่แข่งด้านนี้ เพราะยังไม่มีบริษัทใดในไทยที่มี facility รองรับการประชุมระดับโลกได้เหมือนเรา ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่มีรูปแบบและคอนเซ็ปต์ที่แปลกใหม่ โดยจะเห็นภายใน 5 ปีข้างหน้า”

กลยุทธ์ที่สองเป็นการผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลก ซึ่งจากการประกาศร่วมลงทุนกับไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้านค้าปลีกอันดับหนึ่งของโลกจากอเมริกาเมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทมีกำหนดการเปิด Luxury Premium Outlets แห่งแรกในประเทศไทยในปลายปีนี้ และขยายเพิ่มไปต่างจังหวัดอีก 2 แห่งใน 3 ปีข้างหน้า รวมถึงมีการจับมือกับพันธมิตรอื่นในการพัฒนาโครงการเมืองขนาดใหญ่อีก 1-2 โครงการ โดยอยู่ระหว่างการมองหาทำเลทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

กลยุทธ์ถัดมาคือการลงทุนธุรกิจใหม่ที่เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลัก โดยบริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจภายใต้บริษัทลูกอีก 4 – 5 บริษัท เช่น บริษัท สยามอัลไลแอนซ์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ที่นำความเชี่ยวชาญจากการบริหาร Royal Paragon Hall มารับบริหารจัดการศูนย์การประชุมและศูนย์แสดงนิทรรศการใหม่ๆ

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจให้คำปรึกษาและบริการเกี่ยวกับการจัดการอาคารของบริษัท สยามโปรเฟสชั่นแนล แมเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งได้ให้บริการแก่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาแล้วหลายราย

ชฎาทิพกล่าวต่อถึงกลยุทธ์ที่สี่ว่า เป็นเรื่องของระบบสารสนเทศทางการตลาด (Marketing Intelligence System) ที่ได้พัฒนามานานกว่า 5 ปี ด้วยงบประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งสำเร็จและพร้อมใช้อย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ โดยใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่จาก 4 ศูนย์การค้าที่เป็นเจ้าของ มาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

ในส่วนของกลยุทธ์ที่ห้าคือ การร่วมกันรังสรรค์ และสร้างคุณค่าสมประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย โดยได้ทำงานร่วมกับภาครัฐในการสร้างแพลตฟอร์มให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถในทุกสาขาอาชีพได้เป็นกำลังขับเคลื่อนความก้าวหน้าให้ประเทศไทย

“เราร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดร้าน Objects of Desire Store (ODS) เพื่อผลักดันผลงานของนักออกแบบไทยรุ่นใหม่ให้ก้าวไกลสู่ตลาดโลก รวมถึงได้เปิดพื้นที่ 4,000 ตารางเมตรสำหรับ ICON Craft ในไอคอนสยาม เพื่อสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีอีกด้วย”

สำหรับกลยุทธ์สุดท้ายเป็นเรื่องการพัฒนาบุคลากร โดยมีสยามพิวรรธน์ อคาเดมี (Siam Piwat Academy) นำองค์ความรู้การบริหารศูนย์การค้าและการค้าปลีกของสยามพิวรรธน์มาถ่ายทอดให้กับสังคม โดย 3 ปีที่ผ่านมา ได้ทำงานร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการสอนเกี่ยวกับ Sustainable Shopping Mall Management พร้อมขยายความร่วมมือไปยังสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์

“อีกเรื่องที่เราทำคือสยามพิวรรธน์ Next-Gen Leader ที่ผ่านมามีการสร้างหน่วยงาน Think Tank ซึ่งจะทำงานร่วมกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารระดับสูงอย่างใกล้ชิด เป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ฝึกฝีมืออย่างเข้มข้น และมีเวทีในการแสดงศักยภาพ เพื่อโอกาสเติบโตไปกับองค์กร”

“5 ปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ได้เติบโตขึ้น จากเดิมมีบริษัทในเครือ 15 บริษัท ปัจจุบันมี 46 บริษัท เราตั้งเป้าว่าอีก 5 ปีข้างหน้ารายได้กลุ่มธุรกิจจะต้องเพิ่มขึ้นอีก 1-1.5 เท่า ซึ่งตอนนี้เรากำลังเดินไปในทิศทางที่แตกต่าง มีความตื่นเต้น และท้าทาย การทำโครงการของเราต่อจากนี้ไปต้องเป็นสเกลเมือง เพื่อสร้างศักยภาพให้กับพื้นที่นั้นๆ โดยต้องอยู่บนแนวคิดสร้างสรรค์ และทันสมัย เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยและระดับโลก”

 

NO COMMENTS