เมื่อก้าวเข้าสู่ปืใหม่ ทุกอย่างย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลง ในแวดวงอุตสาหกรรมก่อสร้างก็เช่นกัน ที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นลองมาดูกันว่า แนวโน้มที่น่าจับตามองของอุตสาหกรรมก่อสร้างในปืพ.ศ.2559 จะเป็นอย่างไรกันบ้าง

1. การขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือยังคงเป็นสิ่งที่ยังต้องเผชิญกันต่อไป

หากกล่าวถึงวิกฤตแรงงานก็คงไม่ใช่ปัญหาใหม่ และยังเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกภาคส่วนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจก่อสร้างที่ต้องใช้แรงงานมากกว่างานประเภทอื่น ๆ ซึ่งปัญหาหลัก ๆ นั้นเกิดจากที่คนส่วนใหญ่มีการย้ายถิ่นลาออกจากงานไปทำงานอื่น หรือผนวกกับช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ บ้างก็ถูกเลิกจ้าง บริษัทส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องการรับพนักงานจบใหม่หรือคนที่ไม่มีประสบการณ์ จึงส่งผลให้เกิดการขาดแคลนแรงงานอันยังคงเป็นปัญหาที่แก้กันไม่ตกเสียที สำหรับประเทศไทยก็เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานรุนแรงเช่นเดียวกัน

2. “การก่อสร้างแบบสำเร็จรูป” จะเป็นที่นิยมมากขึ้น

วิธีการก่อสร้างแบบสำเร็จรูป (Prefab Construction) ซึ่งก็คือวิธีการก่อสร้างอาคารโดยการผลิตชิ้นส่วนแต่ละชิ้นให้สำเร็จในโรงงานก่อน แล้วจึงนำมาประกอบกันที่บริเวณหน้างานก่อสร้าง การก่อสร้างรูปแบบนี้จะเป็นที่นิยมมากขึ้นเนื่องจาก ช่วยลดปัญหาแรงงานขาดแคลน ลดค่าใช้จ่ายต้นทุน ระยะเวลาในการก่อสร้าง และขั้นตอนการทำงานที่หน้างาน อีกทั้งคุณภาพของงานก็มีมาตรฐานด้วย ซึ่งในปัจจุบันกระแสการก่อสร้างบ้านสำเร็จรูปในประเทศไทยก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

3. บริษัทก่อสร้างจะเลือกรับงานให้รอบคอบมากขึ้น

สืบเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ส่งผลให้บริษัทก่อสร้างต่าง ๆ ต้องพิจารณาเลือกรับงานโครงการต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น โดยจะเลือกรับงานใหม่ในปริมาณและขอบเขตที่สามารถจัดการและรับผิดชอบได้เท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียตามมา ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทเสียชื่อเสียงได้ โดยแนวโน้มในปีพ.ศ.2559 ของประเทศไทยคาดว่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจะได้รับประโยชน์จากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่กำลังจะปล่อยออกมา เพราะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการผลักดันให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

4. “BIM” จะกลายเป็นสิ่งจำเป็น

เนื่องจาก Building Information Modeling หรือ BIM เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาสำหรับการออกแบบอาคารด้วยระบบคอมพิวเตอร์ สามารถประมวลผลได้ดีและสามารถประมาณรายการประกอบแบบได้อย่างครบถ้วน ส่งผลให้การควบคุมกระบวนการต่าง ๆ มีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของแนวคิดการออกแบบ เวลาในการทำงาน การควบคุมคุณภาพของงาน รวมถึงการประสานงานกับส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังช่วยลดเวลาการจัดการกับเอกสารต่าง ๆ จึงทำให้บริษัททั้งเล็กและใหญ่หันมาใช้ BIM กันแพร่หลายมากขึ้น

Progressive-Scanning_Ghafari_680px

5. การก่อสร้างอาคารเขียวจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทั้งในส่วนของอาคารพาณิชย์และที่อยู่อาศัย

ในความเป็นจริงการก่อสร้างอาคารพาณิชย์สีเขียวนั้นเกิดขึ้นก่อนอาคารที่อยู่อาศัยสีเขียวเสียอีก แต่ในปัจจุบันจะเห็นว่ามีการก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยสีเขียวเพิ่มจำนวนมากขึ้นทั่วโลก สืบเนื่องมาจากกระแสรักษ์โลกที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน รวมถึงความต้องการมาตรฐาน LEED เพื่อแสดงถึงความเป็นผู้นำด้านการออกแบบที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันผู้คนก็อยากจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และอยากลดค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน จึงหันมาสนใจอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย ซึ่งในประเทศไทยเองทางสถาบันอาคารเขียวไทยก็มีการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจดทะเบียนและให้การรับรองอาคารเขียวไทยมากขึ้น

6. การเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างอาจเพิ่มสูงขึ้น

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ New York Times เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2558 ได้รายงานว่าสถิติการเสียชีวิตของคนงานในพื้นที่ก่อสร้างนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในนครนิวยอร์ก และพบว่ามาตรฐานความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้างที่พบผู้เสียชีวิตในหลาย ๆ แห่งต่ำกว่ามาตรฐาน อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญในหลาย ๆ ภาคส่วนต่างก็คาดการณ์เกี่ยวกับการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างว่าจะมีแนวโน้มที่สูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งสาเหตุสำคัญก็ย้อนกลับไปที่สาเหตุเดิม นั่นคือมาจากการขาดแคลนแรงงานที่มีประสบการณ์เพียงพอนั่นเอง

7. การก่อสร้างอาคารชุดจะลดลง ในขณะที่การสร้างบ้านเดี่ยวจะพุ่งสูงขึ้น

นักวิเคราะห์ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างในสหรัฐอเมริกาต่างลงความเห็นว่าแนวโน้มการสร้างอาคารชุดกำลังจะลดลง ในขณะที่การก่อสร้างบ้านพักอาศัยเดี่ยวจะพุ่งสูงขึ้น เช่นเดียวกันกับข้อมูลจากปี 2016 Construction Outlook ที่คาดการณ์ว่าการก่อสร้างบ้านเดี่ยวจะสูงขึ้นกว่า 20% ในขณะที่การก่อสร้างอาคารชุดจะสูงขึ้นเพียง 7% เท่านั้น สำหรับในประเทศไทยศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นว่าปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์มีจำนวนที่อยู่อาศัยคงค้างเหลือขายสะสมเป็นจำนวนมาก ผู้ประกอบการคงจะเร่งทำการตลาดอย่างเข้มข้น เพื่อเร่งระบายสินค้าค้างขายแทนการลงทุนพัฒนาที่ดินเพิ่มขึ้นทีละหลายโครงการ เช่นเดียวกับนายกสมาคมอาคารชุดไทยที่เปิดเผยว่าตลาดอาคารชุดจะเติบโตขึ้นอย่างชะลอตัว เนื่องจากมีซัพพลายมากในตลาด และจะมีซัพพลายย้อนกลับคือห้องชุดที่ยกเลิกการจอง 5-10% กลับมาในตลาด

8. เทคโนโลยี Laser Scanner จะได้รับความนิยมมากขึ้น

การใช้เทคโนโลยี 3D Laser Scanner จะเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากมันสามารถสร้างภาพจำลองดิจิตอลของมิติ และตำแหน่งของวัตถุได้อย่างแม่นยำ จากนั้นก็จะเปลี่ยนข้อมูลดังกล่าวให้อยู่ในรูปของพอยต์คลาวด์ จึงสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว และข้อมูลที่ได้ค่อนข้างละเอียด อีกทั้งข้อมูลที่ได้ยังสามารถนำมาใช้งานกับโปรแกรมต่าง ๆ เช่น Autodesk หรือ AutoCAD ได้อีกด้ว

9. การรีโนเวทรูปแบบบ้านและอาคารจะเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดระดับไฮเอนด์

จากข้อมูลการสำรวจพบว่าตั้งแต่ปี 2012 เจ้าของบ้านเดี่ยวในสหรัฐอเมริกา ได้ใช้เงินในการปรับปรุงบ้านใหม่มากขึ้นถึงสองเท่า ซึ่งนับว่าเป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับบุคลากรในแวดวงก่อสร้างที่จะมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าระดับไฮเอนด์ที่มีกำลังในการใช้จ่ายสูงสำหรับในประเทศไทยเอง สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (Thai Home Builders Association: THBA) ได้ประมาณการภาพรวมปริมาณและมูลค่า “บ้านสร้างเอง” ทั่วประเทศในปีพ.ศ.2558 โดยคาดว่ามีมูลค่ารวมประมาณ 8.9 หมื่นล้านบาท โดยตลาดบ้านสร้างเองหรือรีโนเวทอาคารในระดับราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมเลือกว่าจ้าง “ผู้รับเหมารายย่อย” มากกว่า ส่วนตลาดรับสร้างบ้านระดับไฮเอนด์จะนิยมเลือก “บริษัทรับสร้างบ้าน” มืออาชีพเป็นส่วนใหญ่ โดยในปีพ.ศ.2558 นั้นตลาดรับสร้างบ้านระดับไฮเอนด์มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นและคาดว่าจะต่อเนื่องในปีนี้ด้วย

10. ผู้ที่ต้องการหาซื้อบ้านจะมองหาทำเลที่เดินทางสะดวก เข้าถึงง่าย

จากผลสำรวจ Home Design Trends ของ American Institute of Architects (AIA) พบว่าการออกแบบการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ การออกแบบบ้านที่เหมาะสำหรับทุกวัย สิ่งอำนวยความสะดวกอเนกประสงค์และการออกแบบที่ทำให้เดินไปในละแวกใกล้เคียงได้นั้น เป็นสิ่งที่ผู้ซื้อบ้านคำนึงถึงเป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มความนิยมของคนไทยเช่นเดียวกัน สังเกตได้ว่าโครงการที่อยู่ติดแนวรถไฟฟ้าจะได้รับเสียงตอบรับการขายดีมาก ในปีพ.ศ.2558 ที่ผ่านมามีการทำปรากฏการณ์จองอาคารชุดหมดกันภายใน 15 วันก็มี
นิตยสาร Builder Vol.28 FEBRUARY 2016