สำหรับการขยายธุรกิจไปในรูปแบบของแฟรนไชส์ พาร์ทเนอร์ เนื่องจากบริษัทมองว่า การต่อยอดธุรกิจของเราที่มีอยู่แล้วให้เติบโตมากขึ้นนั้น การได้พันธมิตรทางธุรกิจที่ดีเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากแบรนด์ของสินค้ามีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว ก็จะยิ่งสามารถขยายตลาดไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง WINDSOR ใช้ความแข็งแกร่งใน แบรนด์และผู้นำในตลาดประตูหน้าต่างไวนิล ในการขยายพันธมิตรเพิ่ม โดยWINDSOR จะเป็นผู้ควบคุมวัตถุดิบและการผลิตจากส่วนกลาง เพื่อส่งมอบต่อไปยังแฟรนไชส์พาร์ทเนอร์ของเราในการจัดจำหน่ายและประกอบสินค้าภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

ด้านนายถาวร รุ้งรุจิเมฆ ผู้จัดการขายและการตลาดสินค้า Profiles บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด กล่าวเสริมว่า ในฐานะที่WINDSOR เป็นเบอร์หนึ่งในแง่ของการมีตัวแทนประกอบและจำหน่ายประตูหน้าต่างครอบคลุมมากที่สุดในประเทศ วินด์เซอร์ยังต้องการรักษายอดขายโดยการขยายตลาดให้กว้างเพิ่มมากขึ้น การมีตัวแทนประกอบและจำหน่าย หรือเรียกว่าWINDSOR Exclusive Fabricator จึงเป็นแนวทางในการขยายงานของเรา ซึ่งถือเป็นการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจอีกช่องทางหนึ่งที่ดี โดยในปีแรก บริษัทตั้งเป้าตัวแทนไว้ที่ 5 สาขาทั่วประเทศ

WINDSOR Exclusive Fabricator Partner เหมาะกับกลุ่มของผู้ประกอบการประตูหน้าต่างไม้ หรืออะลูมิเนียมที่ต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ประตูหน้าต่างไวนิล กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างที่มีความสามารถในการขายเข้ากลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือมีจุดแข็งด้านการขายลูกค้าทั่วไป และมีความต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่สายการผลิตและบริการ รวมทั้งกลุ่มผู้ประกอบการประตูหน้าต่างไวนิล ที่พบอุปสรรคในการทำตลาด, การบริหารโรงงาน, การบริหารคลัง, การบริหารงานนำเข้าและสต็อกสินค้า และการบริหารงานบริการ จึงต้องการเปลี่ยนมาร่วมธุรกิจกับเครือข่ายที่มีความพร้อมและเป็นที่ยอมรับในตลาด

WINDSOR (19)

สำหรับผู้ที่สนในจะเริ่มต้นเข้ามาสู่แฟรนไชส์ของWINDSOR สิ่งที่คำนึงเป็นอันดับแรก คือ สถานที่ตั้งของโรงประกอบรวมคลังสินค้า ขนาด 700 ตารางเมตรขึ้นไป ความสูงเพดานไม่ต่ำกว่า 6 เมตร พื้นคอนกรีตปรับเรียบเพื่อติดตั้งเครื่องจักร และต้องมีระบบสาธารณูปโภคเข้าถึง ในส่วนของเงินลงทุนตั้งต้นและเงินทุนหมุนเวียน ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป และใช้เงินหมุนประมาณ 5 ล้านบาทต่อเดือน นอกจากความพร้อมในเรื่องของสถานที่และเงินลงทุนแล้ว สิ่งที่ต้องนึกถึงอีกเรื่องก็คือ แนวคิดประสบการณ์และความตั้งใจในการสร้างธุรกิจใหม่ ผู้ที่ลงทุนต้องมีความเข้าใจในธรรมชาติของธุรกิจบริการ มีประสบการณ์และความเข้าใจในธุรกิจวัสดุก่อสร้าง หรืองานก่อสร้าง มีประสบการณ์และความเข้าใจในการบริหารโรงงานและบริหารงานช่างด้วย

นายถาวร กล่าวเพิ่มเติมว่า การขยายเพิ่มส่วนธุรกิจที่มีพันธมิตรเข้ามาช่วยในการขาย นอกจากจะช่วยกระจายสินค้าและบริการของWINDSOR ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มในส่วนของรายได้ให้กับบริษัทฯ อีกช่องทางหนึ่งด้วย ซึ่งในปีนี้เราวางเป้ายอดขายของบริษัทไว้ที่ 1,900 ล้านบาท ในส่วนรายได้จากแฟรนไชส์พันธมิตรต่อ 1 สาขา จะมีรายได้ประมาณ 15 ล้านบาทต่อปี โดยในปี 2016 ตั้งเป้าเพิ่ม 5 สาขา และ ปี 2017 ตั้งเป้าเพิ่มอีก 6 สาขา โดยคาดหวังว่า ยอดขายจากทั้ง 11 สาขา น่าจะเพิ่มยอดขายในปี 2017 ไม่ต่ำกว่า 160 ล้านบาทต่อปี สำหรับช่วงแรกของการเพิ่มช่องทางการขยายตลาดผ่านระบบแฟรนไชส์ บริษัทฯจะเน้นขยายในประเทศก่อน โดยจะให้ครอบคลุมทั่วประเทศตามที่เราวางไว้ในปี 2017 ส่วนในเรื่องการไปลงทุนในประเทศ AEC น่าจะยังไม่เห็นในเร็วนี้ๆ แต่มีโอกาสเป็นไปได้หากแฟรนไชส์ของเราตั้งอยู่ใกล้กับจุดเชื่อมต่อ อาจจะได้รับอานิสงส์จากลูกค้าในแถบประเทศ AEC บ้าง ลูกค้าจากประเทศเหล่านั้นอาจจะสั่งสินค้าเข้าไปผ่านตัวแทนของเรา

WINDSOR (7) WINDSOR (5)

ซ้ายคุณถาวร ขวาคุณสัมพันธ์ ผู้บริหารวินด์เซอร์