ทางภาครัฐบาลประเทศอินโดนีเซีย เดินนโยบายร่างกฎหมายให้ชาวต่างชาติมีสิทธิ์ลงทุนซื้อขายอพาร์ทเม้นท์ได้อย่างถูกต้อง ภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจัดเก็บภาษีให้เป็นระเบียบ โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มมีกำหนดใช้งานอย่างเป็นทางการในช่วงสิ้นปี 59 นี้

ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ ชาวต่างชาติจะสามารถลงทุนซื้ออพาร์ทเม้นท์ ได้ในราคาอย่างน้อย 5 พันล้านรูเปียห์ (US$186,000) แต่จะถูกควบคุมให้เป็นการครอบครองในประเภท “right of use” (ครอบครองเพื่อใช้งาน) ซึ่งแตกต่างจากการครอบครองในหมวด “right-of-ownership” (ครอบครองเพื่อเป็นเจ้าของ) ที่สงวนไว้สำหรับชาวอินโดนีเซียเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนด้านอสังหาฯ ภายในประเทศกันมากขึ้น รวมถึงยังเป็นการสร้างกระบวนการเก็บภาษีอย่างชอบธรรม ซึ่งนับเป็นวิธีช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจภายในประเทศอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันการซื้อขายแบบเลี่ยงภาษีที่มักพบมาก่อนหน้านี้อยู่เป็นประจำอีกด้วย

Ferry Mursyidan Baldan รัฐมนตรีกระทรวงที่ดินและการวางผัง ประเทศอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า “ทางภาครัฐจะเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติสามารถลงทุนซื้อขายอพาร์ทเม้นท์ในอินโดนีเซียสำหรับการพักอาศัยได้ ซึ่งแตกต่างจากในปัจจุบันที่ห้ามชาวต่างชาติครอบครองอสังหาฯ ในอินโดนีเซียอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้อพาร์ทเม้นที่ซื้อโดยชาวต่างชาติยังสามารถตกสืบทอดไปยังลูกหลานหรือขายต่อก็ได้เช่นกัน แต่กระนั้นสถานะของอพาร์ทเม้นท์เหล่านี้จะต้องถูกจัดอยู่ในหมวด right-of-use หรือเพื่อการใช้งานเท่านั้น ไม่ได้จัดอยู่ในหมวด right-of-ownership เหมือนที่พักอาศัยของชาวอินโดนีเซียทั่วไป”

สำหรับคำนิยามของหมวดหมู่ “right of use” ในกฎหมายฉบับใหม่นั้น หมายถึง ผู้ถือสัญญาเช่าครอบครองกรรมสิทธิอสังหาฯ จะมีเวลาหมดอายุภายใน 25 ปี และสามารถขยายได้อีก 20 ปี หรือ หรือตลอดอายุการใช้งานเฉพาะพื้นที่ ที่กฏหมายได้ระบุไว้ ส่วนสิทธิการครอบครองเป็นเจ้าของในหมวด right-of-ownership จะไม่มีเวลามาเป็นตัวกำหนด กล่าวคือสามารถครอบครองอสังหาฯ ได้ตลอดไป แต่จะถูกกำจัดสิทธิ์ไว้ให้เฉพาะประชาชนชาวอินโดนีเซียเท่านั้น

ขณะที่ข้อกฎหมายฉบับใหม่จะอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนซื้อขายอพาร์ทเม้นท์ได้ประเภทเดียวเท่านั้น โดยยังคงไม่สามารถซื้อบ้านปกติได้ ชาวต่างชาติจะมีสิทธิเป็นเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ได้ตามเวลาที่กำหนด และส่งผ่านไปยังลูกหลานในฐานะมรดกหากไม่ได้ขายอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว อีกทั้งทางภาครัฐยังให้อิสระในการเลือกเขตพื้นที่ลงทุนทางอสังหาฯ อีกด้วย จึงสามารถลงทุนประกอบธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ในบริเวณเขตเศรษฐกิจหลักได้อย่างเสรี ทั้งนี้คาดการณ์ว่าตัวกฎหมายจะเสร็จสิ้นและมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในช่วงสิ้นปี 2559

source : globalpropertyguide