แลนดี้ โฮม ผู้นำด้านนวัตกรรมของธุรกิจรับสร้างบ้านเมืองไทย ล่าสุดพัฒนาบริการเสริม Landy Elder Care สามารถปรับใช้กับทุกแบบบ้านอย่างลงตัว ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมไทยในยุคก้าวสู่สังคมผู้สูงวัย

นางสาวภัทรา มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและออกแบบผลิตภัณฑ์ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ล่าสุดองค์การสหประชาชาติได้ประเมินสถานการณ์ว่าปี พ.ศ. 2544-2643 จะเป็นศตวรรษแห่งผู้สูงอายุ โดยคาดการณ์ว่าจะมีประชากรอายุ 60 ปี ขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรรวมทั่วโลกสำหรับประเทศไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติสรุปว่า ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2548 โดยมีประชากรผู้สูงอายุร้อยละ 10.4 ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ในช่วงปี 2567-2568 ดังนั้น การเตรียมความพร้อมรับมือกับสังคมผู้สูงอายุจึงมีความสำคัญในฐานะที่ แลนดี้ โฮม ได้วางนโยบายในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของวงการรับสร้างบ้าน บริษัทฯ จึงได้สร้างทีมนักออกแบบเฉพาะเพื่อดูแลและพัฒนาแบบบ้านสำหรับรองรับความต้องการของผู้สูงอายุในประเทศไทย

การพัฒนาบริการเสริม ‘Landy Elder Care’ ของ แลนดี้ โฮม ในครั้งนี้ เราได้เริ่มจากการพัฒนาแบบในส่วนของห้องน้ำและทางลาดสำหรับวีลแชร์เป็นอันดับแรก ภายใต้บริการ ‘Landy Elder Care Bathroom’ โดยเน้นในเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานผสานกับความสวยงามที่บ่งบอกถึงความปลอดภัยและความอบอุ่น นอกจากนี้ยังคัดเลือกวัสดุด้านความปลอดภัยที่มีดีไซน์ควบคู่กับคุณภาพ เพื่อความกลมกลืนของทุกส่วนภายในบ้าน” นางสาวภัทรา มณีรัตนะพร กล่าว

FINAL WC 1jpg

ทั้งนี้ บริการเสริม Landy Elder Care Bathroom ถูกสร้างสรรค์เพื่อเสนอเป็นทางเลือกเบื้องต้น 2 แบบ ประกอบด้วย แบบ S1 สำหรับผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งในแบบดังกล่าวจะถูกอัพเกรดในบ้าน
ทุกแบบฟรี 1 ห้องต่อ 1 หลัง หากลูกค้าต้องการ และ แบบ S2 สำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ในราคา 38,500 บาท ต่อห้อง นอกจากนี้ในส่วนทางลาดสำหรับวีลแชร์ แลนดี้ โฮม ได้รวมทางลาดหลากดีไซน์ให้ลูกค้าได้เลือกตามต้องการ ซึ่งมีให้เลือก 3 แบบ คือ Type A ราคา 39,000 บาท Type B ราคา 58,500 บาท และ Type C ราคา 50,000 บาท

“การพัฒนาแบบบ้านในอนาคตนั้น จำเป็นต้องเน้นในเรื่องฟังก์ชั่นเป็นสำคัญ ซึ่งจะทำได้อย่างมีศักยภาพแค่ไหนนั้นอยู่ที่ความพร้อมของทีมงานด้านการออกแบบ แลนดี้ โฮม เห็นความสำคัญในส่วนนี้อย่างมาก และเราเชื่อว่า ‘ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรม’ จะเป็นปัจจัยที่จะสร้างความมั่นคงให้แก่ธุรกิจ ในแต่ละปีเราทุ่มงบกว่า 3 ล้านบาทเพื่อใช้ในส่วนงานด้านการพัฒนาและวิจัย เพื่อนำเสนอนวัตกรรมที่เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้อยู่อาศัยในไทย โดยเราจะเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในด้านดังกล่าว” นางสาวภัทรา มณีรัตนะพร กล่าวสรุป