บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ยังคงนั่งแท่นอันดับ 1 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในวงการพัฒนาที่ดิน จากข้อมูลจำนวนโครงการเปิดตัวใหม่ และมูลค่าของทรัพย์สิน

ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งแรกปีพ.ศ. 2559 มีจำนวนอสังหาริมทรัพย์เปิดใหม่ทั้งหมด 43,253 หน่วย เป็นของบริษัทมหาชนและบริษัทในเครือประมาณ 65% ส่วนอีก 41% เป็นของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ แต่หากพิจารณาในแง่ของมูลค่าการพัฒนาปรากฏว่า ณ มูลค่า 149,076 ล้านบาท 59% เป็นของบริษัทมหาชนและบริษัทในเครือ ส่วนอีก 41% เป็นของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์

โดยแชมป์อันดับ 1 ยังคงเป็น บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท ที่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 18 โครงการ รวม 5,262 หน่วย รวมมูลค่า 11,313 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึง 12% ในแง่จำนวนหน่วย และ 8% ในแง่ของมูลค่าทรัพย์สิน

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหารศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย ระบุว่า จากฐานข้อมูลของศูนย์ฯ พบว่า ณ กลางปี 2558 บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท พัฒนาโครงการขึ้นทั้งหมด 415 โครงการ รวม 163,630 หน่วย รวมมูลค่าถึงประมาณ 297,403 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 1.818 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าราคาเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งอยู่ที่ 3 ล้านบาทต่อหน่วย ทั้งนี้ ยังอาจมีโครงการที่เปิดก่อนปี 2537 ซึ่งศูนย์ฯ ยังไม่ได้สำรวจอีกจำนวนหนึ่งด้วย

_naturat__1145x491จะเห็นได้ว่าที่อยู่อาศัยที่ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตทก่อสร้างมากที่สุดก็คือทาวน์เฮาส์ โดยมีถึง 95,812 หน่วย (59% ของทั้งหมด) รวมมูลค่า 132,564 ล้านบาท (45% ของทั้งหมด) โดยมีราคาเฉลี่ยหน่วยละเพียง 1.384 ล้านบาทเท่านั้น โดยในระยะแรกขายในราคาต่ำกว่า 600,000 บาท จะสังเกตได้ว่า แม้ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท จะพัฒนาบ้านเดี่ยวน้อยกว่าอาคารชุดพักอาศัย แต่มูลค่ากลับสูงกว่า โดยสูงถึง 75,367 ล้านบาท สูงกว่ามูลค่าของอาคารชุดที่ 70,635 ล้านบาท ทั้งนี้บ้านเดี่ยวมีราคาเฉลี่ยหน่วยละ 3.538 ล้านบาท ซึ่งก็ยังถือว่าเป็นราคาปานกลาง

การพัฒนาที่อยู่อาศัยของ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท นั้น รัฐบาลไม่ได้ออกเงินงบประมาณแผ่นดินสนับสนุนครัวเรือนละ 80,000 บาทเช่นกรณีบ้านเอื้ออาทร ยิ่งกว่านั้นบริษัทแห่งนี้ยังมีกำไรดี มีโบนัสให้พนักงานประมาณ 5-6 เดือน (โดยล่าสุดในปี 2558 บางส่านได้โบนัส 24 เดือน) นอกจากนั้นรัฐบาลยังไม่ต้องช่วยเวนคืน และยังสามารถจ่ายภาษีให้กับทางราชการเป็นเงินอีกมหาศาลเช่นกัน

ถ้าเทียบกับการเคหะแห่งชาติที่พัฒนาที่อยู่อาศัยมาก่อน บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท เป็นเวลา 17 ปี จะพบว่า ณ สิ้นปี 2557 การเคหะแห่งชาติสร้างที่อยู่อาศัยประเภทเคหะชุมชนเพื่อการขาย/ให้เช่า ในตลาดเปิดประมาณ 142,103 หน่วยเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากนับรวมบ้านเอื้ออาทร การปรับปรุงชุมชนแออัด บ้านพักข้าราชการ และอื่นๆ แล้ว จะมีจำนวนถึง 709,256 หน่วย

กรณีดังกล่าว ดร.โสภณ ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า “รัฐบาลไม่จำเป็นต้องสร้างบ้านประชารัฐเอง แต่ควรสนับสนุนให้ภาคเอกชนพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เพียงพอก็พอ เอาที่ราชพัสดุไปพัฒนาเชิงพาณิชย์ นำเงินมาพัฒนาประเทศดีกว่า”