PRIME บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ให้บริการแบบครบวงจร บริหารโครงการทั่วโลกกับพันธมิตรกว่า 62 ราย 131 โครงการ มูลค่าสินทรัพย์ร่วมบริหาร 140,000 ล้านบาท พร้อมลุยตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย มองน่าลงทุนอันดับ 1 ในเอเชีย เตรียมเปิดสาขากรุงเทพอย่างเป็นทางการ เล็งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน พร้อมตั้งเป้าขยายพอร์ตในมือเพิ่มมูลค่า 1,500 ล้านบาทในปีนี้ ประเดิมเซ็นต์สัญญาลูกค้ารายแรก ณุศาศิริ เป็นตัวแทนขายโครงการ Up Ekamai

นายจัสติน ชิว ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพรม อินเตอร์เนชั่นแนล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจบูทีคเอเจนซี่ ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ให้บริการแบบครบวงจร โดยให้บริการด้านการเป็นตัวแทนในการซื้อขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท และให้บริการด้านการให้คำปรึกษาในการวางแผนโปรเจ็ค การพัฒนาการขายนอกเหนือจากที่ได้วางแผนไว้ พร้อมให้คำปรึกษาในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เชิงไฟแนนซ์ และ การขายอสังหาริมทรัพย์มือสอง ด้วยมาตรฐานระดับสากล ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และมีสาขาในประเทศ อังกฤษ ดูไบ ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ และในอนาคตมองว่าจะขยายสาขาไปที่ประเทศกัมพูชา ไต้หวัน และ กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง

นอกเหนือจากการตอบสนองความต้องการด้านอสังหาริมทรัพย์แล้ว บริษัทสามารถให้ความรู้และวิธีการเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดต่างประเทศ รวมไปถึงมีบริการเสริมในเรื่องกฎหมาย การเงิน และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้บริการลูกค้าแบบครบวงจร

สำหรับการขยายสาขาเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากบริษัทมีความเชื่อมั่นต่อการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มเติบโตได้อีกมาก มีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชี่ยวชาญผลิตโครงการคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดในระดับนานาชาติออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มลูกค้าระดับบนในประเทศไทยมีกำลังซื้อสูง มีความสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ หรือครอบครัวที่ส่งลูกหลานไปเรียนต่างประเทศ อาทิ ประเทศอังกฤษ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศอเมริกา และเซี่ยงไฮ้ ก็ถือเป็นอีกกลุ่มลูกค้าที่มีโอกาสใช้บริการเลือกหาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จากบริษัทได้เช่นกัน

นอกจากนี้ในระยะยาว หากมีโครงการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟสายสิงคโปร์-คุนหมิง ซึ่งไทยถือเป็นศูนย์กลางของเส้นทางรถไฟสายนี้ ส่งผลให้ประเทศไทยมีโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อีกมาก บริษัทได้มองเห็นถึงโอกาสดังกล่าว จึงได้เข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทย โดยเริ่มจากการเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายโครงการระหว่างประเทศ

“เหตุผลหลักที่บริษัทเลือกมาเปิดสาขาที่กรุงเทพ เพราะมองว่ากรุงเทพเป็นเมืองที่น่าลงทุนอันดับหนึ่งของเอเซีย ด้วยจำนวนประชากร และกำลังซื้อ เราเชื่อว่าการขยายสาขามาประเทศไทยช่วงนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมในการขยายฐานลูกค้าที่เป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ และการให้บริการหลังการขายกับลูกค้าที่เป็น End User ให้ดีกว่าเดิม อีกทั้งกลุ่มลูกค้าในต่างประเทศของเราก็มีความสนใจลงทุนในไทยเป็นอย่างมากเช่นกัน”นายจัสติน กล่าว

ทั้งนี้บริษัทมีความมั่นใจว่าธุรกิจในประเทศไทยจะมีการเติบโตเป็นอย่างมากในอนาคต ปัจจุบัน PRIME International Property Thailand ได้เซ็นต์สัญากับบริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นลูกค้ารายแรก ที่ให้ความไว้วางใจแต่งตั้งบริษัทเป็นตัวแทนขายอย่างเป็นทางการ สำหรับโครงการ Up Ekamai คอนโดมิเนียม อีกทั้งบริษัทมีพันธมิตรในประเทศไทยแล้วจำนวน 7 ราย ซึ่งบริษัทมีแผนจะเพิ่มพันธมิตรในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายสาขาไปสู่หัวเมืองใหญ่ เช่น ภูเก็ตและพัทยา เป็นต้น

ส่วนกลยุทธ์การทำตลาดบริษัทจะเน้นการให้บริการที่ครบวงจรทั้งการเป็นตัวแทนการซื้อขายและให้เช่า รวมไปถึงให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศกับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความแตกต่างด้วยการนำเสนอโครงการที่หลากหลายจากจากทั่วทุกมุมโลก ปัจจุบันบริษัทได้ร่วมบริหารโครงการกับบริษัทพันธมิตรมาแล้วจำนวน 62 ราย และบริหารโครงการมาแล้ว 131 โครงการ มูลค่าสินทรัพย์ร่วมบริหารอยู่ประมาณ 140,000 ล้านบาท อาทิ Mah Sing Group ประเทศมาเลเซีย, Guocoland ประเทศสิงคโปร์, แชงกริลากรุ๊ป ประเทศฟิลิปปินส์, Mirvac ประเทศออสเตรเลีย และ Damac ที่ดูไบ