หากพูดถึงการเลือกใช้ลามิเนตที่เป็นวัสดุตกแต่งภายในอาคารใน พ.ศ. นี้ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษนอกจากเรื่องความแข็งแรงและปลอดภัยแล้ว คงหนีไม่พ้นเรื่องความงามที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป รวมถึงนวัตกรรมกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

TAK หนึ่งบริษัทผู้นำเข้าวัสดุตกแต่งภายในชั้นนำ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ลามิเนตคอลเลกชันใหม่ ที่เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการออกแบบที่พักอาศัยที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนยุคใหม่ทั้งในแง่สุนทรียะ สุขภาวะ และความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม นำเสนอผ่านผลิตภัณฑ์ลามิเนตของทั้ง 3 แบรนด์ ได้แก่ Lamitak, Dekodur, O2 Plus และ Creative Color Board จากแบรนด์ใหม่ล่าสุด Forescolor ที่มีความโดดเด่น น่าสนใจรอบด้าน ตั้งแต่ความสวยงามของดีไซน์ ฟังก์ชัน ไปจนถึงกระบวนการผลิต

Lamitak

การแพร่ระบาดของโรคระบาดโควิด-19 ทำให้ทั้งอุตสาหกรรมการออกแบบต้องปรับเปลี่ยนการทำงานออกแบบภายในทั้งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างพื้นที่เพื่อความอยู่ดีมีสุขและความสะดวกสบายสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อเด็กและผู้สูงอายุ Lamitak Exclusive Collection 2021 ประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ 5 ซีรีส์ ได้แก่

Protak มาพร้อมกับคุณสมบัติป้องกันลายนิ้วมือ ยับยั้งแบคทีเรียและการเจริญเติบโตของเชื้อราบนพื้นผิว รวมถึงการมีสัมผัสพื้นผิวที่ด้านแต่อ่อนนุ่ม ทนทานต่อการขีดข่วน ดูแลรักษาความสะอาดง่าย

Solid Core ลามิเนตซีรีส์ที่จะทำให้งานออกแบบภายในนั้นสมบูรณ์แบบไปอีกขั้นด้วยพื้นผิวไร้รอยต่อ ลวดลายและผิวสัมผัสที่ใกล้เคียงกับผิวคอนกรีต

Savile ลามิเนตพิมพ์ลายฉลุลายบั้งที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความขรึมขลังของย่านแฟชั่น Savile Row ในกรุงลอนดอน เหมาะกับทั้งโปรเจกต์ที่ต้องการความแตกต่าง, สไตล์คลาสสิก หรือร่วมสมัย เพื่อให้ผลงานโดดเด่นขึ้นในทุกพื้น

Artak คอลเลกชันลามิเนตที่โดดเด่นด้วยลายกราฟิกและสีสัน ช่วยเติมเต็มจินตนาการภายในห้อง

Bookmatche ซีรีส์ที่จะเติมเต็มให้จินตนาการของคุณเป็นจริง ด้วยเทคนิคการพิมพ์แบบพิเศษที่สามารถเนรมิตพื้นผิวหินอ่อนให้ปรากฏบนฝาผนังห้องอย่างสมจริง ไม่ต่างกับการใช้วัสดุจริง

Forescolor

ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกมาตรฐานระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อม ที่จะสร้างมิติใหม่ของการตกแต่งภายในด้วยคอนเซปต์ ‘Add more color to your life’ Forescolor คือ Creative Color Board ที่มีสีเนื้อไม้ และพื้นผิวต่อเนื่องเป็นสีเดียวกัน นำบรรยากาศธรรมชาติเข้ามาอยู่ในพื้นที่ภายใน ในขณะเดียวกัน ก็คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมด้วยการลดใช้สารฟอร์มาลดีไฮด์ แทนที่ด้วยกาวธรรมชาติจากถั่วเหลือง

Forescolor ประกอบไปด้วย 9 สี มีให้เลือกตั้งแต่ความหนาที่ 5 มิลลิเมตร – 18 มิลลิเมตร โดยมีคุณสมบัติหลักคือ

  1. Moisture Barrier ทนทานต่อความชื้นสูงเนื่องจากมีเมลามีนในเรซินสูง สามารถใช้ในห้องน้ำและห้องครัว
  2. Colored from surface to all the way through แสดงสีสม่ำเสมอ ทั้งเนื้อไม้และพื้นผิว
  3. EO (E Zero) ได้มาตรฐานของสาธารณรัฐเกาหลี โดยมีการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ที่ต่ำ และผลิตด้วยสีย้อมแบบออร์แกนิก
  4. Tool Friendly เนื่องจากปริมาณเมลามีนที่สูงและความหนาแน่นของเรซินที่ใช้ จึงไม่จำเป็นต้องขัดด้วยทราย หรืออาจขัดเล็กน้อยหลังจากเข้าเครื่องจักร

นอกจากนั้นยังสามารถสั่งทำพิเศษด้วยคุณสมบัติเพิ่มเติมจากโรงงานผลิตได้ เช่น Flame Retardant สารหน่วงไฟ (สารเคมีที่ช่วยต้านการติดไฟ) No Added Formaldehyde ผลิตด้วยเรซินที่ปราศจากฟอร์มาลดีไฮด์ และ Pre – Coated เคลือบผิวผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มความทนทาน

O2 Plus

แบรนด์น้องใหม่มาแรงในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา โดยมีความโดดเด่นแตกต่างจาก O2 คือสปิริตที่สดใหม่ เน้นดีไซน์เรียบเท่ แฝงความสนุก ด้วยคอนเซปต์ ‘Laminates Made Different’ ในขณะที่ยังคงคุณสมบัติวัสดุที่เหนือชั้นไว้เช่นเดิม

โดยในคอลเลกชันแรกคือ ‘PLAY’ ได้รับอิทธิพลจากยุคสมัยใหม่ที่เน้นความไม่จำเจแบบ modern classic ที่โดดเด่น และ contemporary patterns ที่ดึงดูดสายตา และยังสามารถ mix and match มาสร้าง mood ที่สดใหม่มากขึ้น ผสานกันอย่างลงตัว ภายใต้คอลเลกชัน PLAY ประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ลามิเนต ได้แก่

Strypes ได้รับอิทธิพลจากโลกแห่งแฟชั่นด้วยเส้นสายแนวตั้งที่มีเสน่ห์ สร้างมุมมองที่ลึก ดูมีมิติ และแฝงความสนุกสนาน ด้วยสีสันที่น่าชื่นชมของลามิเนตคอลเลกชันนี้ ทำให้พื้นที่ภายในดูโปร่ง กว้างขวาง มีระเบียบ เพิ่มโครงสร้างในงานตกแต่ง

Terra สะท้อนการออกแบบที่เหนือกาลเวลาของลายหินขัดได้รับความนิยมและทันสมัยอย่างมากในยุคอาร์ตเดโค นั่นคือลวดลายโมเสคที่แฝงไปด้วยความสง่างาม

Flaxx กับคาแรคเตอร์เฉพาะตัว ด้วยเส้นสายสลับไปมาคล้ายเส้นกากบาท Flaxx ได้แรงบันดาลใจจากผ้าลินินถักทอด้วยเส้นใยจากต้นแฟลกซ์ โดยจะเติมแต่งความรู้สึกนุ่มนวลให้แก่ไม่ว่าพื้นที่ใดก็ตาม

Halley ได้รับแรงบันดาลใจจากประกายของดาวหางฮัลเลย์ซึ่งประกอบไปด้วยอนุภาคเพลิงจำนวนนับไม่ถ้วนที่พุ่งไปทั่วท้องฟ้า พื้นผิวของลามิเนตของ Halley ถูกเพิ่มเส้นจาง ๆ เพื่อให้ดูงดงาม สีสันที่น่าดึงดูดซึ่งมีชีวิตชีวาภายใต้แสงไฟ เสมือนลายเส้นที่ประกายไปทั่วท้องฟ้า ดึงดูดด้วยสีสันที่สวยงดงาม และ texture

นอกจากนั้นยังมีอีกหนึ่งคอลเลกชันนั่นคือ ‘Matters’ เป็นคอลเลกชันที่สื่อไลฟ์สไตล์แบบ Modern–day ประกอบไปด้วย

Titan ลามิเนตที่มีประสิทธิภาพสูงได้รับการเคลือบผิวแบบด้านที่ล้ำสมัย พื้นผิวที่ก้าวล้ำทางเทคโนโลยีของ Titan นั้นเปี่ยมไปด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น เช่น ป้องกันลายนิ้วมือ ทนต่อรอยขีดข่วนสูง ทนต่อสารเคมีสูง ทนต่อแสงและไม่มีการแพร่กระจายของแบคทีเรีย

Stellar โดดเด่นเรื่องการดูแลรักษาที่ง่ายดาย และสามารถใช้งานภายในได้หลากหลาย เหมาะสำหรับพื้นผิวที่เป็นแนวตั้ง เช่น ประตู ตู้และผนัง เนื่องจากทนทานต่อรอยขีดข่วน

Velvet ด้วยสไตล์ของผิวสัมผัสแบบเนื้อ matted ให้การสัมผัสที่นุ่มนวล เฉดสีคลาสสิก ร่วมสมัยและเหนือกาลเวลา ผิวที่เรียบเนียนช่วยเพิ่มการสัมผัสที่หรูหรา แฝงความซับซ้อนที่ละเอียดอ่อนให้กับการตกแต่งภายในทุกแบบ

Dekodur

Dekodur Distil ผู้ผลิตลามิเนตพื้นผิวโลหะอันมีชื่อเสียงและคุณภาพมาตรฐานจากประเทศเยอรมนนี นำเสนอคอลเลกชันใหม่ ‘FLUX Volume 3’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเฝ้ามองธรรมชาติ มองความเปลี่ยนแปลงของ ดิน น้ำ ลม หรือแม้แต่พื้นผิวใต้โลก ความน่าสนใจผลิตภัณฑ์ลามิเนตในคอลเลกชัน FLUX Volume 3 คือเป็นการเก็บบันทึกร่องรอยต่าง ๆ ของธรรมชาติให้เข้ามาใกล้ชิดกับมนุษย์มากขึ้น ประกอบไปด้วยซีรีส์ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามรูปแบบของปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่แตกต่างกัน ได้แก่

Lava Series ที่มาจากการเคลื่อนที่ของพลังงานมวลสารใต้ผิวโลก ทำให้เกิดลอนคลื่นลาวา ที่สวยงาม พลิ้วไหว และมีเสน่ห์ มาในรูปแบบ 7 เฉดสี ทั้งผิวด้านและมันวาว

Crater Series ได้แรงบันดาลใจเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาของ ดาวเคราะห์ ที่เป็นตัวแทนของการบอกเล่าเรื่องราวจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผ่านการจำลองพื้นผิวปล่องภูเขาไฟมาใน 4 เฉดสี ที่มีความน่าสนใจและเข้ากับงานออกแบบได้หลากหลายสไตล์

Aqua Series เปรียบกับพื้นผิวน้ำที่มีชีวิต อันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไม่ว่าจะในสถานะของเหลว ของแข็ง หรือก๊าซ Aqua series ซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาใน 2 โทนสี ที่ให้ความรู้สึกลึกล้ำ และหรูหรา สามารถตอบโจทย์งานออกแบบได้อย่างลงตัว

ทั้ง 3 คอลเลกชัน 13 เฉดสีของ FLUX Volume 3 เป็นผลลัพธ์จากการนำผิวโลหะจริงมาผ่านกระบวนการผลิต ทำสี และพื้นผิว ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าลดระยะเวลาในการทำงานของช่างไปได้มากทีเดียว FLUX Volume มาในไซซ์ 4×8 ฟุต (หรือ 4×10 ฟุตในบางซีรีส์) ความหนาของแผ่นที่อยู่ที่ 0.8-0.9 มิลลิเมตร

ส่วนในด้านคุณสมบัตินั้น Dekodur ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะในกลุ่มโปรดักซ์ deko FireSafe ที่เมื่อใช้งานกับแผ่นลามิเนตที่ไม่ติดไฟ จะมีผลลัพธ์ระดับการป้องกันอัคคีภัยระดับ A จึงเหมาะกับกลุ่มงานอาคารที่เป็นพื้นที่สาธารณะ เช่น โรงเรียน อนุบาล โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้า

นอกจากนี้ Dekodur ยังให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม เริ่มที่กระบวนการผลิต โดยใช้พื้นฐานของสารประกอบทางชีวภาพ เมื่อวัดค่าการปล่อยสาร CO2 จึงอยู่ในระดับต่ำค่อนข้างมาก กระบวนการผลิตปราศจากสารฟอร์มาลดีไฮด์และฟีนอล ทุกแผ่นผลิตจากส่วนประกอบทุติยภูมิทางชีวภาพ 100% ซึ่งได้มาจากทรัพยากรหมุนเวียน และสามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมดอีกด้วย