เมื่อพูดถึง โรงพยาบาล หลายคนคงนึกถึงภาพจำในสมัยก่อน ที่หลายคนมองว่าโรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ดูอึดอัด อีกทั้งสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรต่อผู้ใช้บริการ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปหลายองค์ประกอบก็ได้รับการพัฒนา ทำให้ปัจจุบันหลายโรงพยาบาลที่ถูกสร้างขึ้นมีการออกแบบที่สวยงามทั้งภายในและภายนอก เพื่อสภาพแวดล้อมในโรงพยาบาลเป็นมิตรต่อผู้เข้าใช้บริการ

วันนี้ BuilderNews จะพาไปเจาะลึกถึงต้นกำเนิดไอเดียการออกแบบหนึ่งใน “โรงพยาบาลโลกอนาคต” ของประเทศไทย ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567 ที่จะเป็นต้นแบบให้กับโรงพยาบาลสมัยใหม่

โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร หรือ KMCH ถูกจัดตั้งขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ของ สจล. ภายใต้แนวคิด “ให้เพื่อสร้าง” โรงพยาบาลวิจัยนวัตกรรมแห่งแรกของไทย ที่พร้อมดูแลรักษาผู้ป่วยและเป็นศูนย์วิจัยเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อสร้างอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้คนไทย

ความพิเศษของการออกแบบโรงพยาบาลในครั้งนี้ คือ การร่วมมือออกแบบระหว่างทีมสถาปนิกมืออาชีพของไทยไม่ต่ำกว่า 5 ทีม อาทิ ฉัตรชัย ธีระวงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Design+Develop จำกัด ศิษย์เก่าเบอร์หนึ่งของวงการออกแบบโรงพยาบาล พงษ์เทพ สกุลคู ผู้อำนวยการบริษัท August Design Consultant ผู้เชี่ยวชาญสถาปัตยกรรมภายใน ฯลฯ ซึ่งปกติการออกแบบอาคารจะใช้สถาปนิกหลักเพียง 1 คนเท่านั้น จึงเกิดเป็นการระดมความคิดด้านสถาปัตยกรรมเพื่อสร้างโรงพยาบาลที่ผสมผสาน งานศิลปะ ร่วมกับ วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี จนนำไปสู่อาคารโรงพยาบาลที่สมบูรณ์แบบในที่สุด

ฟื้นฟูผู้ป่วยด้วย สถาปัตยกรรมเพื่อการเยียวยา ทั้งภายในและภายนอก

รศ. กุลธร เลื่อนฉวี ประธานบริษัท ที่ปรึกษาคีน จำกัด อดีตคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. สถาปนิกวางผังแม่บท กล่าวว่า สจล. ไม่เพียงต้องการสร้าง โรงพยาบาลวิจัยนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังต้องการสร้างโรงพยาบาลเป็นแบบอย่างที่มีความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ

นอกจากได้ประโยชน์ใช้สอยที่ดีในความเป็นโรงพยาบาลแล้ว ยังสมบูรณ์แบบทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ทำให้อาคารเป็นเสมือน ประติมากรรมลอยตัว เพื่อช่วยผู้ป่วยในการรักษาตัวและฟื้นฟูในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ด้วยเทคนิคการออกแบบที่เรียกว่า Healing Architecture หรือ สถาปัตยกรรมเพื่อการเยียวยา ครอบคลุมทุกองค์ประกอบทั้ง รูป-รส-กลิ่น-เสียง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายในที่ถูกออกแบบให้สะอาดทัดเทียมกับโรงแรมระดับห้าดาว พร้อมใช้สีสันและภาพศิลปะเพื่อช่วยเปลี่ยนทัศนคติและอารมณ์ของผู้ป่วยขณะพักรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาล

อีกทั้งแนวความคิดการออกแบบ ไร้ขอบเขต หรือ Borderless ที่ผสานธรรมชาติภายนอกอาคารกับความทันสมัยภายในอาคารเข้าด้วยกันด้วย เพื่อให้ผู้ป่วยซึ่งกำลังเผชิญกับความทุกข์ให้รู้สึกผ่อนคลายและเป็นมิตร ผนังกระจกมุมโค้งแบบเปิดโล่ง ทำให้บรรยากาศภายในอาคารดูร่มรื่น

เน้นดีไซน์โดดเด่น สวยงาม เกิดภาพจำบนถนนมอเตอร์เวย์

นายจีรเวช หงสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาปนิกไอดิน จำกัด ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบสถาปัตยกรรม กล่าวเสริมว่า ด้วยที่ตั้งของโรงพยาบาลอยู่ริมถนนมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ – ชลบุรีสายใหม่ อีกทั้งมีปัจจัยเรื่องความเร็วของ การสัญจรบนถนนดังกล่าว

ทางทีมจึงตีโจทย์ จากความเป็นโรงพยาบาลวิจัยนวัตกรรมที่มีความทันสมัย ผสานองค์ความรู้ทั้งการแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเข้าด้วยกัน สู่การออกแบบอาคารโรงพยาบาลให้มีลักษณะทาง สถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ที่มีลักษณะคล้ายสามเหลี่ยมซ้อนกันสามตัว เพื่อเปิดรับมุมมองทั้งรถขาเข้าและขาออกจากกรุงเทพ การวางสามเหลี่ยมซ่อนทับไปมานี้ทำให้เกิดพื้นที่สีเขียวที่สามารถแทรกตัวเข้าสู่ภายในอาคารได้ และหากมองในมุมสูงจะเห็นคล้ายเป็นเลข 4 นั้นเป็นเพื่อรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 อันเป็นพระบรมราชลัญจกร พระมหาพิชัยมงกุฎ ของสถาบัน ภาพรวมทั้งหมดของอาคารจึงสร้างริทึมที่สวยงามและง่ายต่อการจดจำสำหรับผู้ที่สัญจรไปมาบนท้องถนนทั้งสองฝั่ง ภายในโรงพยาบาลยังถูกออกแบบให้มีความสวยงามเทียบเท่าโรงแรมและรีสอรท์ชั้นนำเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นมิตรที่ผู้ป่วยทกุช่วงวัยในการฟื้นฟูรักษาทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ

ออกแบบโครงสร้างอาคารรับการ “คิด – ผลิตนวัตกรรม”

นายฉัตรชัย ธีระวงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Design+Develop จำกัด ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบโรงพยาบาล กล่าวว่า นอกจากที่โรงพยาบาลแห่งนี้จะถูกออกแบบด้วยเทคนิค “สถาปัตยกรรมเพื่อการเยียวยา” แล้ว ยังเป็นโรงพยาบาลที่ถูกออกแบบมาอย่างทันสมัยใช้งานได้จริง พร้อมรองรับการทำวิจัยนวัตกรรมในอนาคต ซึ่งหน้าที่หลักของผู้ออกแบบ คือ การเตรียมโครงสร้างอาคารพื้นฐานที่สามารถรองรับการใช้งานผลิตนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็น การวางระบบไฟฟ้า ระบบการเชื่อมต่อระดับคลาวด์และเอไอ  ต่าง ๆ

ตลอดจนวางแผนขนาดของพื้นที่ให้สามารถรองรับกับการวางระบบต่าง ๆ สำหรับการวิจัยนวัตกรรม ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์มีทรัพยากรที่ครบครันสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วย ยิ่งไปกว่านั้นยังมี ศูนย์วิจัยนวัตกรรม สำหรับการวิจัยและผลิตนวัตกรรมทางการแพทย์โดยเฉพาะ นอกจากนี้ ตัวอาคารยังถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับผู้ป่วย ทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ เพราะอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีกทั้ง ศูนย์เวชกรรมฟื้นฟูของโรงพยาบาลนั้น ถูกออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูและช่วยเหลือผู้ป่วยสูงอายุโดยเฉพาะ สอดรับกับประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว

ฉายภาพการเป็น โรงพยาบาลแห่งอนาคต ที่พร้อมรักษาจากที่บ้าน

รศ. ดร.ทรงเกียรติ เที้ยธิทรัพย์ หัวหน้าหน่วยวิจัยเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม สจล. ผู้เชี่ยวชาญการวางผังโครงการ ผู้จัดการทีมออกแบบโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากความพิเศษของงานออกแบบทั้งภายในและภายนอกแล้ว โรงพยาบาลแห่งนี้ยังมีความโดดเด่นจากโรงพยาบาลอื่น ที่เน้นการตรวจประกอบการรักษาเฉพาะด้าน เน้นการวิจัยทางการแพทย์เป็นหลัก เน้นเป็นโรงพยาบาลที่พร้อมอยู่กับผู้ป่วยในทุกที่ เสมือนบ้านคือโรงพยาบาลในอนาคต ผ่านการพัฒนา ดิจิทัลเฮลท์ นวัตกรรมเพื่อการรักษาที่สามารถสื่อสารหรือติดตามการรักษาจากที่บ้าน หรือที่รู้จักกันในนาม เทเลเฮลท์ อาทิ เครื่องตรวจออกซิเจน อุปกรณ์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมทางการแพทย์จากทุกคณะของ สจล. หรือ Showroom of KMITL Innovationบริเวณชั้น 3 ของอาคารโรงพยาบาล เพื่อเป็นการส่งเสริมและผลักดันผลงานของนักวิจัยแก่บุคคลภายนอกที่สนใจอีกด้วย

ด้าน ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ และ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวทิ้งท้ายว่า โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร นับเป็นโรงพยาบาลแห่งโลกอนาคตที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของโรงพยาบาลในยุคเก่า ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านการเข้าถึง ข้อจำกัดด้านค่ารักษาพยาบาล ข้อจำกัดด้านเวลา และที่สำคัญข้อจำกัดทางด้านนวัตกรรม

เพื่อให้โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ได้เป็นโรงพยาบาลวิจัยนวัตกรรมแห่งแรกในประเทศไทย ที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยคนไทย ให้คนไทย เพื่อคนไทย ผู้สนใจสามารถร่วม #ให้เพื่อสร้าง “โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร” ผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ ในช่องทางต่าง ๆ ได้ ทั้ง กดบริจาคตามจิตศรัทธา เข้าบัญชีมูลนิธิฯ เลขที่ 693-0-32393-4 หรือ กดบริจาค 100 บาท เพียงกด *948*1960*100# โทรออก หรือซื้อเสื้อให้เพื่อสร้างในราคาตัวละ 299 บาท

ติดตามความเคลื่อนไหวของโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร (KMCH) ได้ที่ www.kmchf-pp.org เฟซบุ๊กแฟนเพจ https://web.facebook.com/KMCHospitalbyKMITL ไลน์ไอดี @KMITLHospital หรือโทร. 092-454-8160 และ 092-548-2640