แกรฟีน (Graphene) เป็นวัสดุที่ได้รับการทดสอบในเชิงวิทยาศาสตร์แล้วว่ามีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นที่สุดในโลก อีกทั้งยังปลอดสารพิษจึงไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้บริษัท The Graphene Company จากสหรัฐอาณาจักรจึงได้สร้างสรรค์ไอเดียรูปแบบใหม่ จากการนำแกรฟีนมาเป็นวัสดุผลิตสีทาอาคารภายใต้แบรนด์ Graphenstone สำหรับมอบความยึดติดทนนาน และเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน

ผลิตภัณฑ์สีล้ำนวัตกรรมล่าสุดตัวนี้ ผลิตขึ้นจากหินปูนคุณภาพดีผสมผสานกับแกรฟีนซึ่งเป็นวัสดุที่เบาและแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยพัฒนามา ซึ่งโดยปกติแล้วสีทั่วไปที่อยู่ตามท้องตลาดหลายรายมักจะผลิตขึ้นจากหินปูน แต่หากเพิ่มแกรฟีนเข้าไปผสมผสานในกระบวนการผลิตจะทำให้สีเพิ่มคุณสมบัติด้านการถ่ายเทความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ทำให้อากาศในอาคารไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป ช่วยประหยัดค่าไฟจากการเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้การที่ใช้หินปูนเป็นส่วนผสมหลัก 98 เปอร์เซ็นต์ จะเพิ่มความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยทำให้อากาศโดยรอบบริสุทธิ์ไปอีกระดับ

Patrick Folkes กรรมการผู้จัดการบริษัท The Graphene Company เปิดเผยว่า “เมื่อผู้ใช้งานได้ทาสี Graphenstone ลงไปที่ผนังภายในอาคาร แกรฟีนที่เป็นส่วนผสมอยู่ในเนื้อสีจะจับคลื่นความร้อนในอาคารเพื่อถ่ายเทออกผ่านกำแพงไปยังภายนอก ประกอบกับเป็นฉนวนกันความร้อนชะลอความร้อนจากภายนอกอาคารให้ช้าลงกว่าเดิม และด้วยความลงตัวของคุณสมบัติส่วนผสมระหว่างหินปูนกับแกรฟีน จะส่งผลให้เป็นสีที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในโลก”

ประโยชน์อีกประการของสี Graphenstone คือการมอบความคุ้มค่าให้กับผู้ใช้งาน เนื่องจากความคงทนของสีจะอยู่ได้ยาวนาน ไม่ต้องสิ้นเปลืองในการทาสีซ่อมแซม และไม่ต้องทาซ้ำหลายรอบเพื่อให้เกิดพื้นผิวที่ทนทาน ซึ่งจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าสีทั่วไป โดยผู้ผลิตได้ระบุว่าปริมาตรสีเพียง 1 ลิตร สามารถทาผื้นผิวได้ครอบคลุมถึง 8 ตารางเมตรเลยทีเดียว

“ความยั่งยืนด้านการใช้งานเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคมักคำนึงถึงมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน เนื่องจากผู้คนได้ตระหนักถึงพิษภัยของสีอะคริลิคที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งต่างจากการผสมแกรฟีนลงในสี ซึ่งหากทางลงไปในพื้นผิวจะช่วยเพิ่มความแข็งแรง คงทน ปกป้องอาคารให้ใช้งานได้ยืนยาว อีกทั้งมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย แม้ช่วงแรกๆ ของการทาสีนั้น อาจมีกลิ่นอยู่บ้างแต่ขอรับรองว่าไม่เป็นอันตรายต่อคนแต่อย่างใด”

หากเปรียบเปรยแล้วสี Graphenstone จึงเป็นเสมือนการผสมผสานทางนวัตกรรมระหว่างหินปูนที่เป็นวัสดุแบบโบราณ กับแกรฟีนที่เป็นวัสดุสังเคราะห์ขึ้นมาในยุคสมัยใหม่ แต่ด้วยคุณสมบัติของทั้งสองวัสดุจะสอดคล้องกันอย่างลงตัวจนกำเนิดสีรูปแบบใหม่ขึ้นมาใช้ ตัวผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายตั้งแต่สีใช้ทาภายนอกและภายในอาคาร โดยปัจจุบันนี้ต่างก็มีลูกค้าให้ความไว้วางใจด้วยการนำไปใช้ทาผนังในโรงเรียน โรงพยาบาล ตลอดจนโรงแรม และล่าสุดยังมีการขยายความนิยมไปยังส่วนของการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมด้วย