
ในงานสถาปนิก’69 ที่ผ่านมา WDC หรือ บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอภาพใหม่ของ “กระเบื้อง” ที่ก้าวไกลกว่าการเป็นวัสดุปิดผิว แต่กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการออกแบบที่เชื่อมโยงทั้งดีไซน์ เทคโนโลยี คุณภาพชีวิต และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน
ภายในบูธ WDC ถ่ายทอดทิศทางของวัสดุตกแต่งพรีเมียมผ่านคอลเลกชันและนวัตกรรมกระเบื้องหลากหลายรูปแบบ สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้เลือกวัสดุจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความทนทาน ความปลอดภัย อายุการใช้งาน และภาพลักษณ์ของที่อยู่อาศัยในระยะยาว

หนึ่งในไฮไลต์ที่สร้างความน่าสนใจภายในงาน คือ MILANO SUBLIME Collection คอลเลกชันกระเบื้องพอร์ซเลนระดับพรีเมียมที่ถอดแรงบันดาลใจจากลวดลายหินของมหาวิหาร Duomo di Milano ประเทศอิตาลี หนึ่งในสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ระดับโลก โดยความพิเศษของคอลเลกชันนี้อยู่ที่การนำลวดลายหินต้นแบบมาถ่ายทอดอย่างถูกต้อง ผ่านกระบวนการสแกนพื้นผิวอย่างละเอียด ก่อนพัฒนาเป็นวัสดุสำหรับงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย
คอลเลกชันนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงกระเบื้องลายหินที่สวยงาม แต่ยังมีเรื่องราวของสถาปัตยกรรม การอนุรักษ์ และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ในทุกพื้นผิว อีกทั้งรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายยังนำกลับไปสนับสนุนมูลนิธิผู้ดูแลมหาวิหารแห่งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าวัสดุตกแต่งสามารถมีบทบาทมากกว่าการสร้างความงามให้พื้นที่ แต่ยังเชื่อมโยงกับการรักษามรดกทางสถาปัตยกรรมได้อีกด้วย

อีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญที่ WDC นำเสนอภายในงาน คือ GRAVITY Collection กระเบื้องรุ่นใหม่ที่พัฒนาบน HARDITEC Technology โดดเด่นด้วยพื้นผิวแบบ Ultra Scratch Resistant ที่มีค่าความแข็งระดับ 9 ตาม Mohs Hardness Scale รองจากเพชรที่ระดับ 10 และสูงกว่ามาตรฐานกระเบื้องทั่วไป ทำให้เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการใช้งานหนักหรือมีการสัญจรหนาแน่น
นอกจากความทนทานต่อรอยขีดข่วนแล้ว GRAVITY Collection ยังมาพร้อมคุณสมบัติ Stain Resistance Class 5 ที่ช่วยต้านทานคราบสกปรกในระดับสูงสุด ช่วยให้พื้นผิวดูแลรักษาง่าย ยืดอายุการใช้งานของวัสดุ และลดความจำเป็นในการเปลี่ยนหรือซ่อมแซมในระยะยาว แนวคิดนี้สะท้อนทิศทางของวัสดุก่อสร้างยุคใหม่ที่ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงความสวยงามและประสิทธิภาพ แต่ยังเชื่อมโยงกับความยั่งยืนผ่านการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

นอกจากคอลเลกชันใหม่ WDC ยังนำเสนอนวัตกรรมที่เคยได้รับรางวัล Best Innovation Award จากงานสถาปนิกมาร่วมจัดแสดง ไม่ว่าจะเป็น Micro-Structured Technology เทคโนโลยีพื้นผิวที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยด้านการกันลื่น โดยยังคงความสวยงามและสัมผัสที่สบายในการใช้งาน รวมถึง UNITEC Technology กระเบื้อง Pet-Friendly ที่ออกแบบมาเพื่อบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ

สำหรับบ้านยุคใหม่ที่สัตว์เลี้ยงกลายเป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัว พื้นผิวภายในบ้านจึงต้องตอบโจทย์มากกว่าความสวยงาม UNITEC Technology ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดการลื่นไถล แต่ยังคงสัมผัสที่สบายต่ออุ้งเท้า ไม่หยาบจนระคายเคือง และดูแลรักษาง่าย จึงเป็นตัวอย่างของนวัตกรรมวัสดุที่เข้าใจการใช้ชีวิตจริงของผู้คนในปัจจุบัน

ภาพรวมของบูธ WDC ในปีนี้จึงสะท้อน 4 เทรนด์สำคัญของการอยู่อาศัยยุคใหม่อย่างชัดเจน ได้แก่ Wellness Living วัสดุที่ปลอดภัยและดูแลง่าย, Natural & Textured Materials พื้นผิวที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ, Seamless & Large Format Design กระเบื้องแผ่นใหญ่ที่ช่วยลดรอยต่อและสร้างความต่อเนื่องของพื้นที่ และ Sustainability วัสดุที่คำนึงถึงอายุการใช้งานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว


อีกหนึ่งสีสันภายในบูธคือกิจกรรม Exclusive Talk with Friend of WDC โดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ที่มาร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการเลือกวัสดุตกแต่งจากประสบการณ์ตรงในฐานะเจ้าของบ้านและผู้ประกอบการ
บทสนทนาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับวัสดุมากกว่าความสวยงามเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผิวสัมผัส ความทนทาน การดูแลรักษา รวมถึงความเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับที่ WDC ถ่ายทอดผ่านคอลเลกชันและนวัตกรรมต่าง ๆ ภายในงาน
มุมมองจากผู้ใช้งานจริงจึงช่วยเติมภาพของการเลือกวัสดุให้ชัดเจนขึ้น ว่าคุณค่าของวัสดุไม่ได้อยู่เพียงในแคตตาล็อกหรือสเปกทางเทคนิค แต่เกิดขึ้นจากการใช้งานจริงในพื้นที่และการใช้ชีวิตในระยะยาว
สิ่งที่น่าสนใจคือ WDC ไม่ได้ใช้พื้นที่ในงานสถาปนิก’69 เพียงเพื่อจัดแสดงสินค้าใหม่ แต่ใช้บูธเป็นพื้นที่สื่อสารทิศทางของตลาดวัสดุตกแต่งพรีเมียมให้ผู้เข้าชมได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่กระเบื้องที่ถ่ายทอดเรื่องราวจากสถาปัตยกรรมระดับโลก ไปจนถึงเทคโนโลยีพื้นผิวที่ตอบโจทย์บ้านของคน สัตว์เลี้ยง และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
การปรากฏตัวของ WDC ในงานสถาปนิก’69 จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้พื้นที่บูธเพื่อสร้างประสบการณ์ สร้างบทสนทนากับสถาปนิก อินทีเรียร์ ดีไซเนอร์ เจ้าของบ้าน และผู้พัฒนาโครงการ พร้อมสะท้อนว่าบูธในงานแสดงสินค้าไม่ใช่เพียงพื้นที่ขายของ แต่สามารถกลายเป็นเวทีเปิดตัวนวัตกรรม เล่าเรื่องแบรนด์ และยืนยันบทบาทของแบรนด์ในอุตสาหกรรมได้อย่างทรงพลัง
สำหรับแบรนด์ที่ต้องการนำเสนอวัสดุ เทคโนโลยี หรือแนวคิดการออกแบบใหม่ ๆ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตัวจริงในวงการ งานสถาปนิกยังคงเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่เปิดโอกาสให้แบรนด์ได้สร้างภาพจำ สร้างประสบการณ์ และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในระดับที่มากกว่าการจัดแสดงสินค้าแบบทั่วไป
แล้วพบกันในงานสถาปนิก’70 เวทีสำคัญของวงการออกแบบ ก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ ที่พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกแบรนด์ได้นำเสนอศักยภาพของวัสดุ นวัตกรรม และไอเดียใหม่ ๆ สู่ผู้ชมในอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง
จองพื้นที่ได้แล้ววันนี้: https://architectexpo.com/space-reservation/






























